พระเจ้าไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้ว
พระเจ้าไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้ว | |||||
---|---|---|---|---|---|
พระมหากษัตริย์ล้านช้าง | |||||
ครองราชย์ | ค.ศ. 1442–1480 | ||||
ราชาภิเษก | ค.ศ. 1456 | ||||
ก่อนหน้า | มหาเทวี | ||||
ถัดไป | พระเจ้าสุวรรณบัลลังก์ | ||||
พระราชสมภพ | ค.ศ. 1415 เมืองซวา อาณาจักรล้านช้าง วงบุรี | ||||
สวรรคต | ค.ศ. 1481 เมืองเชียงคาน อาณาจักรล้านช้าง | ||||
พระราชบุตร | พระราชโอรส 10 พระองค์ พระราชธิดา 7 พระองค์ | ||||
| |||||
ราชวงศ์ | ขุนลอ | ||||
พระราชบิดา | พระเจ้าสามแสนไท | ||||
พระราชมารดา | Keo Yot Fa (อยุธยา) | ||||
ศาสนา | เถรวาท |
พระเจ้าไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้ว (มีอีกพระนามว่า Sai Tia Kaphut หรือ ไซยะจักกะพัด; ค.ศ. 1415–1481) ขึ้นครองราชเป็นพระมหากษัตริย์อาณาจักรล้านช้างใน ค.ศ. 1442 ถึง 1480 ถัดจากมหาเทวี ซึ่งอยู่หลังช่วงว่างระหว่างรัชกาลเป็นเวลาหลายปี พระองค์เสด็จพระราชสมภพใน ค.ศ. 1415 ด้วยพระนามเจ้าวงบุรี (Prince Vong Buri) พระราชโอรสองค์สุดท้องของพระเจ้าสามแสนไทกับพระนาง Keo Yot Fa พระราชธิดาของสมเด็จพระอินทราชาแห่งอาณาจักรอยุธยา เมื่อบรรลุนิติภาวะ พระองค์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าราชการเวียงจันทน์ โดยได้รับเชิญให้ขึ้นครองราชย์หลายครั้งในช่วงที่มีข้อพิพาทการสืบราชบัลลังก์ที่มหาเทวีเป็นผู้บงการ แต่ปฏิเสธไป ในที่สุด หลังไม่สามารถหาผู้ที่เหมาะสมได้ เหล่าคณะมนตรีโน้มน้าวให้พระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์ใน ค.ศ. 1441 แต่ยังไม่ทำพิธีจนกระทั่ง ค.ศ. 1456 เจ้าวงบุรีและราชสำนักได้อ้างอำนาจทางการเมืองและศาสนามากพอที่จะรวมอาณาจักรให้เป็นหนึ่ง และเตือนอาณาจักรโดยรอบ แม้จะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นจากมหาเทวีและช่วงว่างรัชกาลในล้านนช้างเมื่อ ค.ศ. 1428-1442[1]
ศึกช้างเผือกกับเวียดนาม
[แก้]เมื่อ ค.ศ. 1448 ในช่วงโกลาหลของมหาเทวี เมืองพวนและบางพื้นที่ริมแม่น้ำดำถูกผนวกเข้ากับ Đại Việt และเกิดการปะทะกันกับอาณาจักรล้านนาริมแม่น้ำน่านหลายครั้ง[2] ใน ค.ศ. 1471 พระเจ้าเล ทั้ญ ตงแห่ง Đại Việt ทำลายจามปา จากนั้นใน ค.ศ. 1471 เมืองพวนก่อกบฏ ทำให้ชาวเวียดนามบางส่วนถูกฆ่า ต่อมา ค.ศ. 1478 ทาง Đại Việt เตรียมการบุกโจมตีล้านช้างอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอบโต้การกบฏที่เมืองพวน และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือการสนับสนุนจักรวรรดิหมิงใน ค.ศ. 1421[3]
ในช่วงเวลาเดียวกันมีผู้จับช้างเผือกและนำมาถวายให้พระเจ้าไชยจักรพรรดิฯ และพระเจ้าเล ทั้ญ ตงทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้นำขนสัตว์นั้นมาเป็นของขวัญแก้ราชสำนัก Đại Việt คำขอนั้นถูกมองว่าดูหมิ่น และตามตำนานมีการส่งกล่องที่บรรจุอุจจาระไปแทน เมื่อให้ข้ออ้างไว้แล้ว กองทัพเวียดจำนวนมหาศาลเดินทัพเป็น 5 แถวเพื่อปราบเมืองพวน และพบกับกองทัพล้านช้างจำนวน 200,000 นาย และทหารช้างศึก 2,000 นายที่เข้ามาสนับสนุน โดยมีมกุฎราชกุมารและนายพลนำทัพสนับสนุนอีก 3 นาย[3]
ท้าวท่อนแก้วซึ่งเป็นแสนหลวงเชียงลอได้นำทัพออกสู้รบกับเวียดนามจนสิ้นพระชนม์ในสนามรบ พระเจ้าไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้วได้หลบหนีไปยังเมืองเชียงคาน ท้าวแท่นคำ พระอนุชาของท้าวท่อนแก้วได้รวบรวมกำลังจากเมืองด่านซ้ายมาตีทัพเวียดนามแตกพ่ายไป พระเจ้าไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้วที่ทรงชราภาพมากแล้วจึงได้สละราชสมบัติให้ท้าวแท่นคำใน พ.ศ. 1479 พระองค์สิ้นพระชนม์ใน ค.ศ. 1481 ทาง Đại Việt ไม่เข้ารุกรานล้านช้างที่รวมเป็นหนึ่งอีกเป็นเวลา 200 ปี และล้านนากลายเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับล้านช้าง[4][5]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Stuart-Fox (1998), p. 64.
- ↑ Stuart-Fox (1998), p. 65.
- ↑ 3.0 3.1 Simms (1999), p. 51–52.
- ↑ Stuart-Fox (2006), p. 21–22.
- ↑ Bush, Elliot & Ray (2011), p. 26.
ข้อมูล
[แก้]- Bush, Austin; Elliot, Mark; Ray, Nick (2011). Laos. Lonely Planet. ISBN 978-1-74179-153-2.
- Simms, Peter and Sanda (1999). The Kingdoms of Laos: Six Hundred Years of History. Curzon Press. ISBN 0-7007-1531-2.
- Stuart-Fox, Martin (1998). The Lao Kingdom of Lan Xang: Rise and Decline. White Lotus Press. ISBN 974-8434-33-8.
- Stuart-Fox, Martin (2006). Naga Cities of the Mekong: A Guide to the Temples, Legends, and History of Laos. Media Masters. ISBN 978-981-05-5923-6.
- มหาบุนมี เทบสีเมือง. ความเป็นมาของชนชาติลาว เล่ม 2 อาณาจักรลาวล้านช้างตอนต้น. แปลโดย ไผท ภูธา. กทม. สุขภาพใจ. 2554. หน้า 236 – 244