คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
Faculty of Archaeology, Silpakorn University | |
![]() | |
คติพจน์ | "ศึกษามนุษย์ ขุดค้นก้าวหน้า ภาษาเชี่ยวชาญ สืบสานศิลปวัฒนธรรม" |
---|---|
สถาปนา | 12 มิถุนายน พ.ศ. 2498 |
คณบดี | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดำรงพล อินทร์จันทร์ |
ที่อยู่ | คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เลขที่ 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ศูนย์สันสกฤตศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร เลขที่ 8 ซอยเส้นทางลัดสาย 2 ถนนพัฒนาการ แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10170 |
วารสาร | วารสารดำรงวิชาการ |
สี | สีดอกอัญชัน[1] |
มาสคอต | พระคเณศ |
เว็บไซต์ | www |
คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร (อังกฤษ: Faculty of Archaeology, Silpakorn University) เป็นคณะวิชาลำดับที่ 3 ของ มหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2498
ประวัติ
[แก้]"คณะโบราณคดี" ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2498 โดยมีจุดมุ่งหมายหลักให้เป็นคณะวิชาที่ผลิตครู อาจารย์ และนักโบราณคดี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานโบราณคดีเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในกองโบราณคดีของ กรมศิลปากร หรืองานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโบราณคดี หลักสูตรและการเรียนการสอนในคณะโบราณคดีระยะแรกนั้นเป็นหลักสูตรอนุปริญญา 3 ปี โดยเป็นหลักสูตรที่เน้นด้านการผลิตนักวิชาการสาขาโบราณคดีเท่านั้น
ในแรกเริ่ม คณะโบราณคดีมีจุดมุ่งหมายหลัก เพื่อสนับสนุนให้ผู้สนใจ และมีสติปัญญาก้าวหน้าขึ้นไปเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านโบราณคดี รวมทั้งการผลิตบัณฑิตเพื่อเข้ารับราชการในกองโบราณคดี กรมศิลปากร นักโบราณคดีและครูอาจารย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานโบราณคดี เนื่องจากเล็งเห็นว่าในประเทศไทยเป็นประเทศที่มีโบราณวัตถุสถานอยู่เป็นจำนวนมาก โบราณวัตถุสถานเหล่านี้ย่อมเป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชาติ เป็นเครื่องผูกพันและช่วยกระตุ้นเตือนให้คนในชาติรู้สึกภาคภูมิใจ รักชาติมุ่งมานะที่จะรักษาเอกราชของชาติให้ดำรงคงอยู่ตลอดกาล การศึกษาโบราณคดี เท่ากับเป็นการช่วยรักษาวัฒนธรรมอันสูงส่งของชาติไว้มิให้สูญหาย จึงควรมีบุคลากรที่สามารถศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจและรักษาโบราณวัตถุโบราณสถานของชาติไว้ หลักสูตรและการเรียนการสอนในคณะโบราณคดีระยะแรก ๆ จึงเป็นการเน้นผลิตนักวิชาการสาขาโบราณคดีเท่านั้น
พ.ศ. 2496 มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้เปิดเตรียมคณะโบราณคดีขึ้นอีกแผนกหนึ่ง ในโรงเรียนศิลปศึกษา (เตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร) ปัจจุบันคือ วิทยาลัยช่างศิลป ในครั้งนั้นโรงเรียนศิลปศึกษา แบ่งเป็น 3 แผนกคือ จิตรกรรม โบราณคดี และช่างสิบหมู่ เตรียมคณะโบราณคดีมีหลักสูตร 3 ปี ผู้ที่เรียนจบชั้นปีที่ 2 ถ้าสอบได้คะแนนถึงตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ ก็จะมีสิทธิที่จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยศิลปากร สำหรับผู้ที่สอบได้คะแนนไม่ถึงหรือต้องการประกอบอาชีพ ไม่ต้องการที่จะเรียนต่อ ในมหาวิทยาลัยก็เรียนต่อจนจบชั้นปีที่ 3 ก็จะได้รับประกาศนียบัตรเทียบเท่าชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบัน (ม.8 เดิม)
สถานที่เรียนเมื่อครั้งเป็นโรงเรียนศิลปศึกษานั้น ใช้อาคารเก่าของ กระทรวงคมนาคม ซึ่งเดิมตั้งอยู่ที่ โรงละครแห่งชาติ ปัจจุบัน นักเรียนเตรียมโบราณคดีรุ่นแรกมีทั้งหมด 4 คน หญิง 1 คน ชาย 3 คน มีอาจารย์ที่สอนคือ ศาสตราจารย์ ชิน อยู่ดี อาจารย์ เขียน ยิ้มศิริ อาจารย์ จิรา จงกล ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล รายพระนามและรายนามอาจารย์ที่กล่าวมานี้คงเป็นที่รู้จักของนักศึกษาโบราณคดีเป็นอย่างดี สำหรับวิชาสามัญต่าง ๆ ได้แก่ภาษาอังกฤษ ฯลฯ เรียนรวมกันทั้ง 3 แผนก คือ จิตรกรรม โบราณคดี และช่างสิบหมู่
พ.ศ. 2498 มหาวิทยาลัยศิลปากรได้เปิดคณะโบราณคดี ขึ้นเป็นคณะวิชาที่ 3 ของมหาวิทยาลัยศิลปากร สถานที่เรียนของคณะโบราณคดีในขณะนั้นยังอยู่ที่โรงเรียนศิลปศึกษา บางครั้งได้อาศัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นที่ทำการชั่วคราวด้วย เมื่อตั้งคณะโบราณคดีขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2498 นั้น คณะโบราณคดียังไม่มีอาจารย์ประจำ อาจารย์ที่สอนส่วนใหญ่เป็นข้าราชการจากกรมศิลปากร นอกจากนี้ยังมีอาจารย์พิเศษจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์จากคณะต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยศิลปากร และจาก กระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น
พ.ศ. 2503 คณะโบราณคดีได้ย้ายมาอยู่บริเวณเดียวกับมหาวิทยาลัยศิลปากรปัจจุบัน
พ.ศ. 2507 ย้ายมาอยู่ตำหนักพรรณราย บริเวณ วังท่าพระ ซึ่งปัจจุบันเป็นหอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
พ.ศ. 2521 ย้ายมาอยู่ที่อาคารคณะโบราณคดีได้ในปัจจุบัน และใน พ.ศ. 2520 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาจารึกภาษาตะวันออก ดำเนินการสอนโดยภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อปีการศึกษา 2520 และทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อปีการศึกษา 2521
อาคารเรียน
[แก้]นักศึกษาคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำการศึกษาที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ตลอดหลักสูตรทั้ง 4 ปี โดยมีอาคารที่มักใช้เรียนทั้งหมด 3 อาคารเรียน ส่วนการขุดค้นหรือการศึกษานอกสถานที่จะเป็นกรณีพิเศษของนักศึกษาในวิชาเอกโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ และมานุษยวิทยา โดย 3 อาคารเรียนที่ใช้มีดังนี้
- อาคารคณะโบราณคดี วังท่าพระ – เป็นอาคารเรียนหลักของคณะโบราณคดี โครงสร้างอาคารเป็นอาคารเรียนสูง 5 ชั้น โดยนักศึกษาทุกวิชาเอกจะทำการศึกษาที่อาคารนี้ หน้าอาคารจะมีสนามบาสเกตบอล ใช้เพื่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การชนช้าง หรือการเชียร์โต้ของแต่ละคณะในวังท่าพระ รวมถึงใช้เป็นที่จอดรถในกรณีที่ที่จอดรถไม่เพียงพอ
- หอประชุมและศูนย์เรียนรวม วังท่าพระ – ในส่วนของหอประชุมใช้เพื่อสำหรับการเรียนการสอนในวิชาศึกษาทั่วไปหรือวิชาที่มีนักศึกษาลงเป็นจำนวนมาก รองรับนักศึกษาได้ราว ๆ 300 คน และอาคารศูนย์รวมนั้นแท้จริงเป็นอาคารของ คณะมัณฑนศิลป์ แต่ได้มีการแบ่งชั้นใต้ดิน ชั้น 1 และชั้น 2 เพื่อเป็นศูนย์เรียนรวมของนักศึกษา เพื่อรองรับความแออัด
- ศูนย์สันสกฤตศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร – ตั้งอยู่ที่คลองทวีวัฒนา มีจุดประสงค์เพื่อเป็นหน่วยงานเสริมแก่คณะโบราณคดี ภาควิชาภาษาตะวันออก ในด้านการให้ความรู้ทางด้านวิชาการ โดยนักศึกษาวิชาเอกภาษาไทย จะได้ทำการศึกษาที่ศูนย์สันสกฤตศึกษาเป็นครั้งคราว
นอกจาก 3 อาคารนี้แล้ว คณะโบราณคดี ยังมีอาคารคณะอีกแห่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี เนื่องจากในตอนนั้นทางมหาวิทยาลัยมีความเห็นให้ย้ายคณะโบราณคดีมาศึกษาที่วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนและเห็นชอบจากอาจารย์คณะโบราณคดีรวมถึงนักศึกษาส่วนใหญ่ ทำให้ล้มเลิกไป จึงมีการใช้อาคารคณะโบราณคดีที่วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรีในโอกาสต่าง ๆ ตามความเหมาะสมรวมถึงกิจกรรมสำคัญอื่น ๆ แทน ส่วนคณะโบราณคดีก็ให้ทำการเรียนการสอนที่วังท่าพระตามเดิม
เพลงประจำคณะ
[แก้]เพลงของคณะโบราณคดีนั้นถูกแต่งไว้มากกว่า 20 เพลง เพื่อใช้ในกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ เช่น การชนช้างหรือการเข้าค่ายคณะ เป็นต้น แต่เพลงที่ได้รับการยอมรับและถือเป็นเพลงประจำคณะคือเพลง "แววมยุรา" ซึ่งถูกแต่งโดย พิเศษ สังข์สุวรรณ ศิษย์เก่าคณะโบราณคดี เพลงแววมยุราถูกแต่งขึ้นในช่วงที่เรียกว่าเป็นช่วงวิกฤตของคณะก็ว่าได้ เนื่องจากในช่วง พ.ศ. 2513 มีแนวโน้มจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยศิลปากรว่าต้องการให้คณะโบราณคดีถูกยุบไปรวมกับ คณะอักษรศาสตร์ ซึ่งก็ถูกหลายฝ่ายค้านไว้ โดยเฉพาะนักศึกษาคณะโบราณคดีที่ได้ออกมาคัดค้านอย่างชัดเจน จึงเป็นที่มาของเพลงแววมยุราที่ในเพลงมีการแสดงความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่คณะโบราณคดีถูกมองข้ามและไม่ได้รับการเหลียวแลหรือเห็นค่าพิเศษ สังข์สุวรรณยังได้เปรียบเปรยดอกแววมยุราซึ่งเป็นดอกของผักตบชวา ที่แม้ผักตบชวาจะล่องลอยไปตามน้ำอย่างไร้ค่าแต่เมื่อผลิดอกสีม่วงและอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ทุกคนก็จะเห็นค่าของมัน เฉกเช่นเดียวกับชาวคณะโบราณคดีที่ในตอนนั้นไม่ได้รับความเห็นค่า แต่หากสามัคคีและช่วยกันผ่านวิกฤตไปด้วยกันก็จะเป็นดอกแววมยุราที่งดงาม และดอกแววมยุรายังมีสีม่วงเฉกเช่นเดียวกับสีคณะโบราณคดีอีกด้วย
นอกจากนี้เพลง "สวัสดีศิลปากร" ยังเป็นหนึ่งในเพลงที่ถูกแต่งโดยคณะโบราณคดี ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์อุทกภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2538 จึงได้มีการแต่งเพลงนี้เพื่อใช้ในการหาเงินบริจาคให้ผู้ประสบภัย ภายหลังก็ได้มีการใช้เพลงนี้ในทุกกิจกรรมและใช้ร้องกันในทุกคณะของมหาวิทยาลัยศิลปากร
หน่วยงาน
[แก้]- สำนักงานคณบดี
- ภาควิชาโบราณคดี
- ภาควิชาภาษาตะวันออก เก็บถาวร 2022-12-26 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- ภาควิชาภาษาตะวันตก
- ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ
- ภาควิชามานุษยวิทยา
- ภาควิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
- ศูนย์ศึกษาศิลปกรรมโบราณในเอเชียอาคเนย์ คณะโบราณคดี
ศูนย์สันสกฤตศึกษา
[แก้]ศูนย์สันสกฤตศึกษา เป็นหน่วยงานของคณะโบราณคดี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2539 มีภารกิจหลักในการส่งเสริม ให้ความรู้ และจัดการเรียนการสอนภาษาสันสกฤต และวิชาที่เกี่ยวข้องให้แก่นักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ก่อตั้งขึ้นตาม "แผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ระยะที่ 8" โดยมีความเห็นชอบจากที่ประชุมคณบดีครั้งที่ 4/2539 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2539 ให้จัดตั้งศูนย์สันสกฤตศึกษาขึ้นเป็นการภายใน โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จิรพัฒน์ ประพันธ์วิทยา รักษาการผู้อำนวยการศูนย์สันสกฤตศึกษา เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2539 และเป็นผู้อำนวยการคนแรก เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2541
หลักสูตร
[แก้]
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.)
|
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.)
|
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.)
|
ทำเนียบคณบดี
[แก้]รายพระนามและรายนามคณบดีคณะโบราณคดี | ||
---|---|---|
ลำดับ | คณบดี | วาระการดำรงตำแหน่ง |
ศาสตราจารย์ หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์) | พ.ศ. 2498 – พ.ศ. 2504 | |
ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล | รักษาราชการแทนคณบดี 1 กันยายน พ.ศ. 2504 – 1 เมษายน พ.ศ. 2508[2] 2 เมษายน พ.ศ. 2508 – 18 มีนาคม พ.ศ. 2516[3] 19 มีนาคม พ.ศ. 2516 – 25 มิถุนายน พ.ศ. 2518 (ลาออก)[4] | |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ร้อยเอก เสนีย์ วิลาวรรณ | 26 มิถุนายน พ.ศ. 2518 – 3 มีนาคม พ.ศ. 2521[5] | |
รองศาสตราจารย์ ไขศรี ศรีอรุณ | 4 มีนาคม พ.ศ. 2521 – 3 มีนาคม พ.ศ. 2525[6] | |
อาจารย์ พุฒ วีระประเสริฐ | 4 มีนาคม พ.ศ. 2525 – 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 (ลาออก)[7] 17 ตุลาคม พ.ศ. 2529 – 30 กันยายน พ.ศ. 2533[8] | |
อาจารย์ จำลอง สารพัดนึก | 1 มิถุนายน พ.ศ. 2527 – 16 ตุลาคม พ.ศ. 2529[9] | |
อาจารย์ วีรพันธุ์ มาไลยพันธุ์ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2533 – 30 กันยายน พ.ศ. 2535 (ลาออก)[10] | |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชาติชาย ร่มสนธิ์ | รักษาราชการแทนคณบดี 1 – 6 ตุลาคม พ.ศ. 2535[11] | |
ศาสตราจารย์ ดร.ผาสุข อินทราวุธ | 7 ตุลาคม พ.ศ. 2535 – 6 ตุลาคม พ.ศ. 2539[12] 7 ตุลาคม พ.ศ. 2543 – 6 ตุลาคม พ.ศ. 2547[13] | |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิบูล ศุภกิจวิเลขการ | 7 ตุลาคม พ.ศ. 2539 – 6 ตุลาคม พ.ศ. 2543[14] | |
รองศาสตราจารย์ สุรพล นาถะพินธุ | 7 ตุลาคม พ.ศ. 2547 – 6 ตุลาคม พ.ศ. 2551[15] รักษาการคณบดี 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551 – 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551[16] | |
รองศาสตราจารย์ สายันต์ ไพรชาญจิตร์ | 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551 – 30 กันยายน พ.ศ. 2553[17] รักษาราชการแทน 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 – 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554[18] | |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เพ็ญพรรณ เจริญพร | 1 มีนาคม พ.ศ. 2554 – 30 เมษายน พ.ศ. 2556[19] | |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชวลิต ขาวเขียว | รักษาราชการแทน 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 – 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556[20] 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 – 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565[21] | |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดำรงพล อินทร์จันทร์ | 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 - ปัจจุบัน |
- หมายเหตุ ตำแหน่งทางวิชาการในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น
เกร็ด
[แก้]- คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นคณะโบราณคดีแห่งเดียวในประเทศไทย
- สาขาวิชาภาษาอังกฤษและสาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส ไม่ได้สอนภาษาโบราณหรือโบราณคดีภาคภาษาต่างประเทศแต่อย่างใด แต่เป็นการสอนให้ใช้ภาษาได้อย่างเชี่ยวชาญเพื่อการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกับคณะมนุษยศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ หรือคณะอักษรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอื่นทุกประการ
อ้างอิง
[แก้]- ↑ สรุปมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยศิลปากร ครั้งที่ 4/2560 เมื่อวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560
- ↑ คำสั่ง มศก. ที่ 21/2501 ลงวันที่ 5 กันยายน 2501
- ↑ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 8 เมษายน 2508
- ↑ คำสั่ง มศก. ที่ 80/2516 ลงวันที่ 5 เมษายน 2516
- ↑ คำสั่ง มศก. ที่ 207/2518 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2518
- ↑ คำสั่ง มศก.ที่ 126/2521 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2521
- ↑ คำสั่ง มศก. ที่ 141/2525 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2525
- ↑ คำสั่ง มศก. ที่ 766/2529 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2529
- ↑ คำสั่ง มศก.ที่ 701/2527 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2527
- ↑ คำสั่ง มศก.ที่ 767/2533 ลงวันที่ 5 กันยายน 2533
- ↑ คำสั่ง มศก.ที่ 906/2535 ลงวันที่ 28 กันยายน 2535
- ↑ คำสั่ง มศก.ที่ 941/2535 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2535
- ↑ คำสั่ง มศก. ที่ 891/2543 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2543
- ↑ คำสั่ง มศก.ที่ 949/2539 ลงวันที่ 6 กันยายน 2539
- ↑ คำสั่ง มศก.ที่ 937/2547 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2547
- ↑ คำสั่ง มศก.ที่ 1635/2551 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2551
- ↑ คำสั่ง มศก.ที่ 1635/2551 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2551
- ↑ คำสั่ง มศก. ที่ 1333/2553 ลงวันที่ 20 กันยายน 2553
- ↑ คำสั่ง มศก. ที่ 239/2554 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554
- ↑ คำสั่ง มศก. ที่ 619/2556 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2556
- ↑ คำสั่ง มศก. ที่ 1882/2556 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556
ดูเพิ่ม
[แก้]- ศูนย์สันสกฤตศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร
- มหาวิทยาลัยศิลปากร
- รายชื่อคณะมนุษยศาสตร์ในประเทศไทย
- รายชื่อคณะสังคมศาสตร์ในประเทศไทย
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- เว็บไซต์คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เก็บถาวร 2010-11-26 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- เฟซบุ๊กคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
°°ภ