ข้ามไปเนื้อหา

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
วิโรจน์ใน พ.ศ. 2566
ประธานคณะกรรมาธิการการทหาร
เริ่มดำรงตำแหน่ง
5 ตุลาคม พ.ศ. 2566
(1 ปี 4 เดือน 21 วัน)
ก่อนหน้าสมชาย วิษณุวงศ์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
แบบบัญชีรายชื่อ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
24 มีนาคม พ.ศ. 2562
(5 ปี 11 เดือน 2 วัน)
โฆษกพรรคก้าวไกล
ดำรงตำแหน่ง
14 มีนาคม พ.ศ. 2563 – 30 เมษายน พ.ศ. 2565
(2 ปี 1 เดือน 16 วัน)
ก่อนหน้าพรรณิการ์ วานิช
(พรรคอนาคตใหม่)
ถัดไปรังสิมันต์ โรม
รองหัวหน้าพรรคประชาชน
เริ่มดำรงตำแหน่ง
22 กันยายน พ.ศ. 2567
(5 เดือน 4 วัน)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด11 ธันวาคม พ.ศ. 2520 (47 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
พรรคการเมืองอนาคตใหม่ (2561–2563)
ก้าวไกล (2563–2567)
ประชาชน (2567–ปัจจุบัน)
คู่สมรสดุสิตา จีรจิตต์ (สมรส 2553)
ศิษย์เก่า
อาชีพ
  • นักการเมือง
  • วิศวกร
ลายมือชื่อ

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ท.ม. (เกิด 11 ธันวาคม พ.ศ. 2520) ชื่อเล่น โรจน์[1] เป็นนักการเมืองชาวไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาชน อดีตโฆษกพรรคก้าวไกล อดีตสังกัดพรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล

เดิมวิโรจน์เป็นวิศวกร จากนั้นจึงย้ายมาทำงานด้านการศึกษา และบริหารในองค์กรเอกชนเป็นเวลามากกว่า 16 ปี รวมถึงมีผลงานหนังสือหลายเล่ม ก่อนเปลี่ยนมาทำงานในด้านการเมือง โดยวิโรจน์เริ่มทำงานในฐานะสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากต้องการสนับสนุนอุดมการณ์ของพรรค โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับเลือกให้เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ[2] แต่เมื่อได้เข้าไปทำงานในสภาแล้ว เขากลายเป็นดาวรุ่งในสภาอย่างรวดเร็ว จากลีลาและเนื้อหาที่เขาใช้ในการอภิปราย

ต่อมาใน พ.ศ. 2563 หลังพรรคอนาคตใหม่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค วิโรจน์ได้ย้ายตามอดีตสมาชิกพรรคส่วนใหญ่เข้าสังกัดพรรคก้าวไกล และดำรงตำแหน่งโฆษกพรรคคนแรก ต่อมาใน พ.ศ. 2564 ได้รับรางวัล ‘บุคคลแห่งปี’ สาขาการเมือง จาก THAILAND ZOCIAL AWARDS 2021[3][4] และใน พ.ศ. 2565 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

ชีวิตส่วนตัว

[แก้]

ดร.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร เกิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2520 เขาเกิดและเติบโตในกรุงเทพมหานคร เป็นพี่ชายคนโตในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 3 คน[5] สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา​ที่โรงเรียนวัดสุทธิ​ว​รา​ราม และเลือกเรียนระดับปริญญาตรีในสาขาวิศวกรรมยานยนต์ ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมา จบการศึกษาระดับปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ระดับปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์) จากคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

การทำงานในภาคเอกชน

[แก้]

ก่อนจะมาทำงานการเมือง วิโรจน์เคยทำงานด้านวิศกรรม และงานบริหารกับบริษัทเอกชนเกือบ 20 ปี โดยหลังเรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิโรจน์ออกมาทำงานเป็นวิศวกรควบคุมคุณภาพกับบริษัท อีซูซุ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในช่วงปี 2542 – 2544

วิโรจน์ตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและไปเป็นเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษา ด้านระบบบริหารคุณภาพและการบริหารจัดการ รวมถึงฝึกอบรมเกี่ยวกับการบริหารจัดการต่างๆ ให้บริษัท โนโว ควอลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้การกำกับของ สถาบันทรัพย์สินทางปัญญา แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในช่วงปี 2544 – 2546

ต่อมาในปี 2546 วิโรจน์ได้ย้ายมาทำงานที่ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)[3] ในฐานะเป็นผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร[6]

ในช่วงปี 2549 – 2561 วิโรจน์ ยังเคยเป็นกรรมการวิชาการ ของโรงเรียนเพลินพัฒนา ซึ่งบริษัทซีเอ็ด และกลุ่มรักลูกได้เข้าไปบุกเบิกเรื่องการพัฒนาด้านวิชาการ

วิโรจน์ยังเคยเป็นทำเพจเฟซบุ๊ก ที่ชื่อว่า Education Facet ซึ่งเป็นเพจที่ให้ความรู้กับกลุ่มพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ ในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของเยาวชน โดยปัจจุบันมีผู้ติดตามมากกว่า 87,000 คน

ระหว่างที่ทำงานเป็นผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กรของบริษัทซีเอ็ด วิโรจน์ได้คิดค้น โครงการ 60 ปี มีไฟ ซึ่งเป็นโครงการที่ให้รับพนักงานใหม่ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี เข้าทำงานในบริษัทได้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมผู้สูงอายุ จนทำให้บริษัทเอกชนอื่นนำแนวทางนี้ไปประยุกต์ใช้ต่อเป็นจำนวนมาก[7][8]

งานการเมือง

[แก้]

ดร.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทำงานกับพรรคอนาคตใหม่ ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และเขาได้กลายเป็นดาวรุ่งในสภาอย่างรวดเร็วจากเนื้อหา ลีลาการพูดฉะฉาน และเทคนิคในการนำเสนอที่เขาใช้ในการอภิปรายในสภา โดยชื่อเสียงของวิโรจน์โด่งดังอย่างมากหลังอภิปรายเกี่ยวกับยุทธการทางข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ของกองทัพ[9] นอกจากนี้ วิโรจน์ ยังได้รับความสนใจมากขึ้น ในฐานะที่เป็นนักการเมืองที่ใช้โซเชียลมีเดีย ในการสื่อสารพูดคุยกับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นกันเอง

เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค วิโรจน์ และเพื่อนส.ส. อีกหลายคนได้ย้ายมาสังกัดพรรคก้าวไกล โดยวิโรจน์ดำรงตำแหน่งเป็นโฆษกพรรค[10] หลังจากนั้นวิโรจน์ได้มีบทบาทที่โดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆในสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอภิปรายงบประมาณ เศรษฐกิจ การศึกษา และสาธารณสุขที่มุ่งไปที่ปัญหาการจัดสรรวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุขในช่วงการระบาดทั่วของโควิด-19[11]

หลังจากนั้น วิโรจน์ได้ลาออกจากตำแหน่งส.ส. เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2565 ในสังกัดพรรคก้าวไกล โดยเสนอนโยบาย "เมืองที่คนเท่ากัน" ที่มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นเชิงโครงสร้างและสวัสดิการสังคม เพื่อแก้ไขปัญหากรุงเทพมหานครที่สั่งสมมานานจากต้นตอของปัญหา[12] แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยได้รับคะแนนเป็นอันดับ 3 รองจากชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

[แก้]
  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 บัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคอนาคตใหม่พรรคก้าวไกล
  2. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 บัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคก้าวไกลพรรคประชาชน

เสียงวิจารณ์

[แก้]

ปี 2562 วิโรจน์ ได้ทวีตข้อความเกี่ยวกับการทุจริต ‘หมอนยางประชารัฐ’ ส่งผลให้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แจ้งความวิโรจน์ในข้อหา มีส่วนร่วมในการกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตลอดจนดำเนินคดีทางแพ่งและอาญา[13] แต่ได้ถอนแจ้งความในเวลาต่อมา

ในช่วงการระบาดทั่วของโควิด-19 ในประเทศไทย วิโรจน์วิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาด ทำให้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลตอบโต้เขาว่า เขาอภิปรายโดยไม่มีข้อมูลจริง[14] นอกจากนี้ วิโรจน์ถูกกล่าวหาว่าพยายาม “ด้อยค่าวัคซีน” วัคซีนโคโรนาแวคของบริษัทซิโนแวค[15][16]

ในกรณีการอภิปรายซักฟอกปมการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด เอื้อประโยชน์บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ และใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 ปิดปากคนที่วิจารณ์เรื่องวัคซีน วิโรจน์ ยังถูกวิจารณ์ว่า เขาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ สิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ว่ากล่าวว่า “พ่อแม่ไม่สั่งสอน”[17][18]

ในเดือนเมษายน 2564 วิโรจน์ถูกตั้งข้อสงสัยว่าใช้เส้นสายในการเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นกลุ่มแรก ๆ หรือไม่ ซึ่งวิโรจน์ได้ชี้แจงว่า การฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เป็นความรับผิดชอบต่อสังคม “แต่หากรัฐบาลบริหารความเสี่ยงได้ดีกว่านี้ ประชาชนย่อมมีทางเลือกที่ดีกว่านี้ โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยง” พร้อมกับยืนยันว่า เขาไปฉีดวัคซีนตามหมายของสภา ไม่ใช่การใช้เส้นสาย[19]

เดือนกรกฎาคม 2564 สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) ได้ออกแถลงการณ์ ขอให้วิโรจน์ถอนคำพูดและขอโทษต่อสังคม หลังจากที่เขาแสดงความเห็นว่าครูคนหนึ่งที่ใช้กรรไกรกล้อนผมนักเรียนหญิงเป็นการละเมิดสิทธิ ควรลาออกและเรียกตัวเองว่าอาชญากร โดยสมาคมฯ มองว่าเป็นการกล่าวหาที่รุนแรงเกินจริง[20]

รางวัลและเกียรติยศ

[แก้]
  • [21]รางวัล "Person Of The Year" สาขา Politics ("บุคคลแห่งปี" สาขาการเมือง) โดย THAILAND ZOCIAL AWARDS 2021 (พ.ศ. 2564)[3][4] ซึ่งเป็นรางวัลที่ประเมินผลจากข้อมูลจากโซเชียลมีเดียต่างๆ

ผลงานหนังสือ

[แก้]
  • ปูทางให้ลูกไป สู่เส้นชัยที่ลูกหวัง
  • กลยุทธ์ HR ที่จับต้องได้ (Tangible HR Strategy)
  • ลีนอย่างไรสร้างกำไรให้องค์กร (Profitable Lean Manufacturing)
  • หลุดจากกับดัก Balanced Scorecard[22]
  • คนสำเร็จ เขามีนิสัยแบบไหน 30 Days: Change your habits, Change your life Paperback (ผลงานแปลและเรียบเรียง)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. W, byNatt (25 April 2022). "ประวัติ "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" อดีตดาวสภาฯ สู่สนาม "ผู้ว่าฯ กทม". springnews. สืบค้นเมื่อ 5 May 2023.
  2. บวบมี, สุนันทา (2020-02-02). "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร วิศวกร 'ผู้ตกกระไดพลอยโจน' สู่สภาผู้แทนราษฎร". มติชนออนไลน์.
  3. 3.0 3.1 3.2 ผู้ที่ได้รับรางวัล "Person of The Year" สาขา Politics ได้แก่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
  4. 4.0 4.1 ""THAILAND ZOCIAL AWARDS 2021" รางวัลผู้ทรงอิทธิพลบนโซเชียลมีเดียแห่งปี". pptvhd36.com. 8 Apr 2021.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  5. "ปูมหลัง "วิโรจน์" ดาวจรัสแสง ลูกชาวบ้านธรรมดา ดีกรีนักโต้วาที สู่ ส.ส.มือแฉ". www.thairath.co.th. 2020-02-26.
  6. "แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2560 corporate.se-ed.com" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2022-01-21. สืบค้นเมื่อ 2022-01-21.
  7. "60 ปีมีไฟ ข่าวดีสำหรับผู้สูงวัยที่อยู่ในวัยเกษียณที่อยากจะหารายได้ – SE-EDUCATION PUBLIC COMPANY LIMITED". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-08-18. สืบค้นเมื่อ 2022-05-16.
  8. เปิดตัวตนที่แท้จริง "บุ๋น-บู๊" สไตล์ “วิโรจน์”ผ่านสายตาอดีตเจ้านายที่ซีเอ็ดฯ : Matichon TV, 28 Jan 2022, สืบค้นเมื่อ 2022-06-15
  9. "ที่สุดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดาวเด่นแจ้งเกิด ฝ่ายค้านร้าวฉาน ภัยร้ายรัฐบาล กำลังมา". www.thairath.co.th. 2020-02-28.
  10. "'ก้าวไกล' ยัน 54 ส.ส.อดีตอนค. ย้ายสังกัดพรรคแล้ว". bangkokbiznews. 2020-03-14.
  11. "เปิดประวัติ "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" จาก "ดาวเด่นสภา" สู่ "แคนดิเดต ผู้ว่าฯกทม."". NationTV. 2022-01-23.
  12. "'วิโรจน์' เปิด 12 นโยบาย ชูเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ-คนพิการ-เด็ก เจอส่วยแจ้งผู้ว่าฯกทม.ต้องไร้คอร์รัปชั่น". มติชนออนไลน์. 2022-03-27.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  13. ""ธรรมนัส" แจ้งความ "วิโรจน์" ส.ส.อนาคตใหม่ โพสต์หมิ่นปมหมอนยางพารา". ข่าวสด. 2019-12-24.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  14. ""วัชรพงศ์" ซัด "วิโรจน์" อำมหิตด้อยค่าวัคซีนให้คนไม่ฉีด ขอให้หยุดหวังผลประโยชน์ทางการเมือง". mgronline.com. 2021-07-08.
  15. "นายกฯ ขอระวังคำพูดอย่าด้อยค่าวัคซีน หวั่นกระทบนำเข้า". Thai PBS. 2021-09-02.
  16. "สธ. ขออย่าด้อยค่าวัคซีน 'ซิโนแวค' ชี้ ยังสามารถลดป่วย-เสียชีวิต ได้ถึง 90%". workpointTODAY. 4 Sep 2021.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  17. "อนุทิน-วิโรจน์ จับ "โกหก" กันกลางสภาปมวัคซีนต้านโควิด-19". BBC News ไทย. 17 Feb 2021. สืบค้นเมื่อ 2022-06-15.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  18. S, Nateetorn (2021-02-17). "อภิปรายเดือด! ปารีณา-สิระ ด่า วิโรจน์ พ่อแม่ไม่สั่งสอน". Thaiger ข่าวไทย.
  19. ""วิโรจน์" ทวิตพร้อมฉีดวัคซีน โควิด-19 เหตุ ทุกซี.ซี. เป็นเงินภาษีประชาชน ก่อนถูกชาวเน็ตวิจารณ์". bangkokbiznews. 2021-04-15.
  20. "วิโรจน์ ไม่ถอยแม้ ส.ผู้บริหาร ร.ร.มัธยมขู่แบน วิจารณ์ครูกล้อนผมเด็กว่าอาชญากร". workpointTODAY. 12 Jul 2020.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  21. ""ถ้าไม่มั่นใจคงไม่มา" วิโรจน์ฉายเดี่ยวเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดี 44 สส". THE STANDARD. 2025-02-21. สืบค้นเมื่อ 2025-02-21.
  22. ผลการค้นหา : วิโรจน์ ลักขณาอดิศร se-ed.com
  23. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๖๓, เล่ม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑ ข หน้า ๑๑, ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]