พระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ (เตี้ยม บุนนาค)
พระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ (เตี้ยม บุนนาค) | |
---|---|
เกิด | เตี้ยม 20 ธันวาคม พ.ศ. 2422 บ้านตลาดแขก เมืองธนบุรี ประเทศสยาม |
เสียชีวิต | 25 มิถุนายน พ.ศ. 2505 (82 ปี) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร ประเทศไทย |
ศิษย์เก่า |
|
อาชีพ | |
ปีปฏิบัติงาน | พ.ศ. 2441 – พ.ศ. 2505 |
คู่สมรส | หม่อมหลวงวงศ์ ฉัตรกุล |
บุตร | 5 คน |
บิดามารดา |
|
ครอบครัว | บุนนาค |
ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง | |
รับใช้ | ![]() |
สังกัด | ![]() |
ประจำการ | พ.ศ. 2441 – พ.ศ. 2470 |
ยศ | ![]() |
บังคับบัญชา |
|
พลตรี พระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ นามเดิม เตี้ยม บุนนาค (20 ธันวาคม พ.ศ. 2422 – 25 มิถุนายน พ.ศ. 2505) เป็นนายทหาร ขุนนางและข้าราชการชาวไทย เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ เช่น สมุหพระราชมณเฑียร, ปลัดกรมเสนาธิการทหารบก, ผู้ช่วยทูตทหารบกประจำประเทศเยอรมนี, ออสเตรีย, รัสเซีย, สวีเดน, นอร์เวย์, เดนมาร์ก, เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม และอิตาลี เป็นบิดาของวรันดับ ฉัตรกุล ณ อยุธยา อดีตนางกำนัลในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี
ประวัติ
[แก้]ชีวิตส่วนตัว
[แก้]พลตรี พระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ (เตี้ยม บุนนาค)[1] เกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2422 ที่บ้านตลาดแขก เมืองธนบุรี เป็นบุตรคนที่ 3 ของพลโท เจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ (โต บุนนาค) กับท่านผู้หญิงตลับ สุรวงศ์วัฒนศักดิ์ (สกุลเดิม โอสถานนท์) มีพี่น้องทั้งหมด 27 คน
เมื่ออายุได้ 3 ปี บิดาได้ถวายเป็นโอรสบุญธรรมในสมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เนื่องด้วยในเวลานั้นพระองค์ยังไม่มีพระโอรสและพระธิดา จึงอยู่ที่วังบูรพาภิรมย์เรื่อยมาจนกระทั่งไปศึกษาวิชาการที่ต่างประเทศ เมื่ออายุได้ 13 ปี
พลตรี พระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ (เตี้ยม บุนนาค) สมรสกับหม่อมหลวงวงศ์ ฉัตรกุล ธิดาคนใหญ่ของจอมพล เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (หม่อมราชวงศ์อรุณ ฉัตรกุล) กับท่านผู้หญิงวร บดินทรเดชานุชิต มีบุตรธิดารวม 5 คนคือ
- ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ท่านผู้หญิงตวันสุรวงศ์ บุนนาค
- วรันดับ ฉัตรกุล ณ อยุธยา
- นาวาโท ตัปนวงศ์ บุนนาค
- ต่อพงศ์ภัสสร์ บุนนาค
- ภาวาส บุนนาค
การศึกษา
[แก้]พลตรี พระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบเป็นปฐม พอสอบได้ประโยคหนึ่ง และเจริญวัยพอที่จะออกไปศึกษา ณ ต่างประเทศได้แล้ว สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช จึงโปรดส่งไปประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ. 2435 เข้าเรีบนวิชาสามัญที่โรงเรียนมาลเวิร์น เมืองวุร์สเตอร์เชอร์ จนจบหลักสูตร แล้วเข้าศึกษาต่อ เป็นนักเรียนนายร้อยทหารบกที่ โรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิสต์ เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2441 ถึงเดือนธันวาคม สอบไล่ได้ ได้รับยศเป็นนายร้อยตรี ประเภทนายทหารนอกกอง สังกัดกองร้อยที่ 2 แห่งกรมทหารแมนเชสเตอร์ที่อัลเดอร์ช็อต แต่ยังศึกษาต่อไปจนถึงปี พ.ศ. 2444 สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เมื่อทรงยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เสด็จออกไปทรงศึกษาวิชาการทหาร ณ ประเทศเยอรมนี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปเป็นราชองครักษ์ประจำพระองค์สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พระองค์นั้น[1]
การทำงาน
[แก้]ราชการทหาร
[แก้]พลตรี พระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ เริ่มเข้ารับราชการในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2441 เป็นนักเรียนนายร้อยทหารบกออกไปศึกษาวิชาการทหาร ณ ประเทศอังกฤษ เป็นนายทหารสัญญาบัตรครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2442 แต่ยังคงศึกษาอยู่ต่อไปจนถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2444 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปเป็นราชองครักษ์ประจำพระองค์สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่ประเทศเยอรมนี จนถึงปี พ.ศ. 2446 จึงเดินทางกลับประเทศไทย รับราชการเป็นหัวหน้าแผนก 2 กรมเสนาธิการทหารบก ดำรงตำแนห่งสำคัญ ๆ เช่น
- พ.ศ. 2449 – ปลัดกรมบัญชาการมณฑลทหารบก
- เมษายน พ.ศ. 2450 – เสนาธิการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ แต่ยังคงรั้งตำแหน่งปลัดกรมบัญชามณฑลทหารบก อยู่ด้วย
- มีนาคม พ.ศ. 2451 – ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3
- มีนาคม พ.ศ. 2452 – ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 2
- พ.ศ. 2453 – ผู้ช่วยทูตทหารบก สังกัดกรมเสนาธิการทหารบก ประจำประเทศเยอรมนี ออสเตรีย รัสเซีย สวีเดน นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และอิตาลี ประจำที่กรุงเบอร์ลิน
- พ.ศ. 2456 – ผู้ช่วยจเรทหารราบ ประจำกรมจเรทหารบก และเป็นนายทหารคนสนิทของจเรทหารบก
- 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2459 – ผู้ช่วยสมุหราชองครักษ์ แต่ยังสังกัดกรมจเรทหารบก จนถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2463 ถึงย้ายประจำที่กรมราชองครักษ์[2]
- 23 ธันวาคม พ.ศ. 2468 – ปลัดกรมเสนาธิการทหารบก[3]
และตำแหน่งสุดท้ายในราชการ คือ ปลัดกรมเสนาธิการทหารบก จนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2470 จึงโอนมารับราชการในกระทรวงวัง[1]
ราชการในวัง
[แก้]ต่อมา พลตรี พระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ โอนมารับราชการที่กระทรวงวัง ในตำแหน่งเจ้ากรม กรมวัง ในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2471[4] แล้วทำการแทนสมุหพระราชมณเฑียรด้วยอีกตำแหน่งหนึ่งในปี พ.ศ. 2472[5]
วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2473 ย้ายจากตำแหน่งเจ้ากรมวังของสมเด็จพระบรมราชินี มาเป็นสมุหพระราชมณเฑียร[6] และดำรงตำแหน่งนี้ต่อมาจนออกรับบำนาญเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2478 ในคราวการปรับปรุงกระทรวงวังเป็นสำนักพระราชวัง
ถึงปี พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กลับมาดำรงตำแหน่งสมุหพระราชมณเฑียร ในคณะกรรมการพระราชสำนักอีกครั้งหนึ่ง[7] ต่อมาจึงกราบบังคมทูลขอลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2499 แต่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อยู่ในตำแหน่งไปก่อน จึงอยู่ในตำแหน่งสมุหพระราชมณเฑียรจนตลอดชีวิต[1]
ราชการพิเศษ
[แก้]ระหว่างที่พระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ เป็นเจ้ากรมวังนั้น ได้ตามเสด็จประพาสสิงคโปร์ ชวา และบาหลีคราวหนึ่ง ในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2472 ต่อมาเสด็จพระราชดำเนินประพาสอินโดจีนก็ได้ตามเสด็จอีกครั้งหนึ่ง เมื่อต้นปี พ.ศ. 2473 คราวนี้ได้ประสพอุปัทวเหตุรถยนต์คว่ำที่เมืองกำปงธม ระหว่างทางเสด็จพระราชดำเนินจากไซ่ง่อนไปเสียมราฐ แต่ไม่เป็นอันตราย[1]
และระหว่างที่ดำรงตำแหน่งสมุหพระราชมณเฑียร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยายืนชิงช้าในการพระราชพิธีตรียัมปวายเมื่อปี พ.ศ. 2475 กับเป็นพระยาแรกนาในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีต่อมา นับเป็นการณ์พิเศษ เพราะน้อยคนนักที่จะได้เป็นทั้งพระยายืนชิงช้าและพระยาแรกนา[1]
พระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ ดำรงตำแหน่งในราชการพิเศษ เช่น
- พ.ศ. 2451 – ราชองครักษ์พิเศษ[8]
- พ.ศ. 2490 – สมาชิกวุฒิสภา[9]
ถึงแก่อนิจกรรม
[แก้]พลตรี พระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ (เตี้ยม บุนนาค) ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2505 เวลา 11.30 น. ด้วยโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ สิริอายุ 82 ปี 187 วัน มีพิธีพระราชทานเพลิงศพที่ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส[1]
เกียรติยศ
[แก้]ยศทหาร
[แก้]- 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2442 – เป็นร้อยตรี[10]
- 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2446 – เป็นร้อยโท[11]
- 23 ตุลาคม พ.ศ. 2447 – เป็นร้อยเอก[12]
- 21 กันยายน พ.ศ. 2449 – เป็นพันตรี[13]
- 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2452 – เป็นพันโท[14]
- 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2459 – เป็นพันเอก[15]
- 24 เมษายน พ.ศ. 2463 – เป็นพลตรี[16]
ยศในพระราชสำนัก
[แก้]- 4 เมษายน พ.ศ. 2471 – เป็นมหาเสวกตรี[17]
บรรดาศักดิ์
[แก้]- 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2447 – เป็นหลวงจัตุรงควิไชย
- 6 มกราคม พ.ศ. 2453 – เป็นพระทรงสุรเดช ถือศักดินา 1000[18]
- 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459 – เป็นพระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ ถือศักดินา 1500[19]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้]พลตรี พระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ (เตี้ยม บุนนาค) ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งไทยและต่างประเทศ ดังนี้[1]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย
[แก้]- พ.ศ. 2499 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)[20]
- พ.ศ. 2495 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)[21]
- พ.ศ. 2467 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ 2 ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.) (ฝ่ายหน้า)[22]
- พ.ศ. 2460 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์วชิรมาลา (ว.ม.ล.)[23]
- พ.ศ. 2457 –
เหรียญจักรมาลา (ร.จ.ม.)[24]
- พ.ศ. 2462 –
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 6 ชั้นที่ 3 (ว.ป.ร.3)[25]
- พ.ศ. 2469 –
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 7 ชั้นที่ 3 (ป.ป.ร.3)[26]
- พ.ศ. 2493 –
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 8 ชั้นที่ 3 (อ.ป.ร.3)[27]
- พ.ศ. 2496 –
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 ชั้นที่ 2 (ภ.ป.ร.2)[28]
- พ.ศ. 2464 –
เหรียญราชรุจิทอง รัชกาลที่ 6 (ร.จ.ท.6)[29]
- พ.ศ. 2443 –
เหรียญประพาสมาลา (ร.ป.ม.)
- พ.ศ. 2446 –
เหรียญทวีธาภิเศก (ท.ศ.)
- พ.ศ. 2450 –
เหรียญรัชมงคล (ร.ร.ม.)
- พ.ศ. 2451 –
เหรียญรัชมังคลาภิเศก รัชกาลที่ 5 (ร.ม.ศ.5)
- พ.ศ. 2454 –
เหรียญบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 6 (ร.ร.ศ.6)
- พ.ศ. 2468 –
เหรียญบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 7 (ร.ร.ศ.7)
- พ.ศ. 2494 –
เหรียญพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 9 (ร.ร.ศ.9)
- พ.ศ. 2475 –
เหรียญเฉลิมพระนคร 150 ปี (ร.ฉ.พ.)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ
[แก้]บาเดิน :
- พ.ศ. 2445 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์สิงโตแซริงเงอร์ ชั้นที่ 2[30]
- พ.ศ. 2445 –
ปรัสเซีย :
อิตาลี :
- พ.ศ. 2450 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎอิตาลี ชั้นที่ 3[33]
- พ.ศ. 2450 –
บาวาเรีย :
- พ.ศ. 2450 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์นักบุญมิชชาเอล ชั้นที่ 3[34]
- พ.ศ. 2450 –
เบราน์ชไวค์ :
- พ.ศ. 2452 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์สิงโตไฮน์ริช ชั้นที่ 4[35]
- พ.ศ. 2452 –
ซัคเซิน :
- พ.ศ. 2454 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อัลเบร็ชท์ ชั้นที่ 4[36]
- พ.ศ. 2454 –
เมคเลินบวร์ค-ชเวรีน :
- พ.ศ. 2454 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไกร์เฟิน ชั้นที่ 2[37]
- พ.ศ. 2454 –
สวีเดน :
- พ.ศ. 2456 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์วาซา ชั้นที่ 3[1]
- พ.ศ. 2456 –
รัสเซีย :
- พ.ศ. 2457 –
เหรียญที่ระลึกครบรอบ 300 ปี การสถาปนาราชวงศ์โรมานอฟ[38]
- พ.ศ. 2457 –
ฝรั่งเศส :
- พ.ศ. 2464 –
เครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ ชั้นที่ 3[39]
- พ.ศ. 2464 –
เดนมาร์ก :
- พ.ศ. 2473 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์แดนเนอโบร ชั้นที่ 2[40]
- พ.ศ. 2473 –
เนเธอร์แลนด์ :
- พ.ศ. 2474 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ออเรนจ์-นัสเซา ชั้นที่ 2[41]
- พ.ศ. 2474 –
หมายเหตุ
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7 1.8 พระคลัง (หน), เจ้าพระยา (2505). บทนิพนธ์ของพระยาพระคลัง (หน) ตีพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลตรี พระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ (เตี้ยม บุนนาค) ม.ว.ม., ป.ช, ท.จ.ว. ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พุทธศักราช 2505. โรงเรียนช่างวุฑฒิศึกษา (แผนกการพิมพ์).
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความกระทรวงกลาโหม เรื่อง ตั้งผู้ช่วยสมุหราชองครักษ์และตั้งราชองครักษ์เวร, เล่ม ๓๓ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๕๓๙, ๔ มิถุนายน ๒๔๕๙
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความกระทรวงกลาโหม เรื่อง เลื่อนและย้ายนายทหารรับราชการ, เล่ม ๔๒ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๙๘๘, ๒๗ ธันวาคม ๒๔๖๘
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกระทรวงวัง เรื่อง ปลดและแต่งตั้งข้าราชการ, เล่ม ๔๕ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๑๖, ๑ เมษายน ๒๔๗๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกระทรวงวัง เรื่อง ปลดและบรรจุข้าราชการ, เล่ม ๔๖ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๖๘๔, ๒ มิถุนายน ๒๔๗๒
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกระทรวงวัง เรื่อง เลื่อน ย้าย และบรรจุข้าราชการ, เล่ม ๔๗ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๑๕๓๑, ๒๗ กรกฎาคม ๒๔๗๓
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งสมุหพระราชมณเฑียร ในคณะกรรมการราชสำนัก, เล่ม ๖๓ ตอนที่ ๓๗ ง หน้า ๗๐๓, ๔ มิถุนายน ๒๔๘๙
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความกรมยุทธนาธิการ, เล่ม ๒๕ ตอนที่ ๕๑ หน้า ๑๔๗๔, ๒๑ มีนาคม ๑๒๗
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา, เล่ม ๖๔ ตอนที่ ๕๖ ก ฉบับพิเศษ หน้า ๑๕, ๒๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๐
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ส่งสัญญาบัตรทหารไปพระราชทาน, เล่ม ๑๖ ตอนที่ ๓๖ หน้า ๕๑๑, ๒ ธันวาคม ๑๑๘
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานสัญญาบัตรทหารบก, เล่ม ๒๐ ตอนที่ ๙ หน้า ๑๓๐, ๓๑ พฤษภาคม ๑๒๒
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ส่งสัญญาบัตรทหารบกไปพระราชทาน, เล่ม ๒๑ ตอนที่ ๓๑ หน้า ๕๔๖, ๓๐ ตุลาคม ๑๒๓
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานสัญญาบัตรทหารบก, เล่ม ๒๓ ตอนที่ ๒๗ หน้า ๖๗๘, ๓๐ กันยายน ๑๒๕
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานสัญญาบัตรทหารบก, เล่ม ๒๖ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๑๙, ๑๖ พฤษภาคม ๑๒๘
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานยศนายทหารบก, เล่ม ๓๓ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๔๘๕, ๔ มิถุนายน ๒๔๕๙
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานยศทหารบก, เล่ม ๓๗ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๓๓๐, ๙ พฤษภาคม ๒๔๖๓
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานยศ, เล่ม ๔๕ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๑๕๔, ๑๕ เมษายน ๒๔๗๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, ส่งสัญญาบัตรขุนนางไปพระราชทาน, เล่ม ๒๗ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๔๓๙, ๑๕ มกราคม ๑๒๙
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์, เล่ม ๓๓ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๒๐๓, ๑๙ พฤศจิกายน ๒๔๕๙
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๗๔ ตอนที่ ๖ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๓๖, ๑๒ มกราคม ๒๕๐๐
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๖๙ ตอนที่ ๒๕ ง หน้า ๙๕๙, ๑๕ เมษายน ๒๔๙๕
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จุลจอมเกล้าฝ่ายหน้า, เล่ม ๔๑ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๖๕๖, ๒๓ พฤศจิกายน ๒๔๖๗
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานตราวชิรมาลา, เล่ม ๓๔ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๙๐๐, ๖ มกราคม ๒๔๖๐
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญจักรมาลา, เล่ม ๓๑ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๔๐๔, ๑๐ มกราคม ๒๔๕๗
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม ๓๖ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๓๓๒๐, ๒๕ มกราคม ๒๔๖๒
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัจนาภรณ์ฝ่ายหน้า, เล่ม ๔๓ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๓๑๒๕, ๒๖ พฤศจิกายน ๒๔๖๙
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ ๘, เล่ม ๖๗ ตอนที่ ๓๙ ง หน้า ๓๐๔๐, ๑๘ กรกฎาคม ๒๔๙๓
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม ๗๐ ตอนที่ ๔๘ ง หน้า ๒๖๐๘, ๒๑ กรกฎาคม ๒๔๙๖
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญราชรุจิ, เล่ม ๓๘ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๓๑๒, ๘ พฤษภาคม ๒๔๖๔
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๒๐ ตอนที่ ๑๐ หน้า ๑๕๔, ๗ มิถุนายน ๑๒๒
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๒๐ ตอนที่ ๙ หน้า ๑๓๒, ๓๑ พฤษภาคม ๑๒๒
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๓๐ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๘๖๘, ๘ มีนาคม ๒๔๕๖
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๒๔ ตอนที่ ๑๓ หน้า ๓๓๒, ๓๐ มิถุนายน ๑๒๖
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญต่างประเทศ, เล่ม ๒๔ ตอนที่ ๒๑ หน้า ๕๕๐, ๒๕ สิงหาคม ๑๒๖
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์เฮนรีดีไลออนกรุงบรันซวิก, เล่ม ๒๗ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๕๖, ๑๐ เมษายน ๑๒๙
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๒๘ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๗๕๙, ๑๖ กรกฎาคม ๑๓๐
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๒๘ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๑๕๐๖, ๘ ตุลาคม ๑๓๐
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญต่างประเทศ, เล่ม ๓๑ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๖๘๘, ๒๑ มิถุนายน ๒๔๕๗
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๓๘ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๓๑๑๖, ๒๒ มกราคม ๒๔๖๔
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับตราต่างประเทศ, เล่ม ๔๗ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๖๕, ๒๗ เมษายน ๒๔๗๓
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับตราต่างประเทศ, เล่ม ๔๘ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๓๔๘, ๔ ตุลาคม ๒๔๗๔