ประเภทของประชาธิปไตย
บทความนี้ต้องการตรวจสอบความถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ โปรดเพิ่มพารามิเตอร์ reason หรือ talk ลงในแม่แบบนี้เพื่ออธิบายปัญหาของบทความ |
บทความนี้ยังต้องการเพิ่มแหล่งอ้างอิงเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง |
ประเภทของประชาธิปไตย สามารถจำแนกได้ออกเป็นหลายประเภท โดยบางประเภทให้เสรีภาพและความมีสิทธิ์มีเสียงแก่พลเมืองมากกว่ารูปแบบอื่น[1][2]
ประเภทของประชาธิปไตย สามารถแบ่งได้ดังนี้
รูปแบบหลัก
[แก้]- ประชาธิปไตยทางตรง (Direct Democracy) หรือที่เรียกกันว่า ประชาธิปไตยบริสุทธิ์ (Pure Democracy) คือ รูปแบบของรัฐที่ให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองได้โดยตรง รวมไปถึงการร่างกฎหมายและนโยบายของรัฐบาล
- ประชาธิปไตยแบบเอเธนส์ (Athenian Democracy) รูปแบบประชาธิปไตยซึ่งใช้กันในสมัยกรีซโบราณ
- ประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน (Representative Democracy) หรือที่เรียกกันว่า ประชาธิปไตยทางอ้อม (Indirect Democracy) หมายถึง การปกครองที่ประชาชนจะเลือกผู้แทนไปทำหน้าที่แทนตนในการร่วมตัดสินใจทางการเมือง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในสมัยปัจจุบัน
- ระบบรัฐสภา (Paliamentary Democracy) คือ รูปแบบการปกครองที่รัฐบาลได้รับการเลือกเข้ามาจากความเห็นชอบของรัฐสภา โดยประมุขแห่งรัฐอาจเป็นกษัตริย์หรือประธานาธิบดีก็ได้ แต่ประมุขฝ่ายบริหาร คือ นายกรัฐมนตรี
- ระบบประธานาธิบดี (Presidential system) คือ รูปแบบการปกครองที่อำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารแยกออกจากกัน โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ และได้รับการเลือกตั้งเข้ามาโดยตรงจากประชาชน
- ระบบกึ่งประธานาธิบดี (Semi-presidential system) คือ รูปแบบการปกครองที่ผสมผสานระหว่างระบบรัฐสภาและระบบประธานาธิบดี โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ ซึ่งได้รับการเลือกตั้งเข้ามาโดยตรงจากประชาชน และมีการแต่งตั้งคณะรัฐบาลขึ้นมาเพื่อใช้อำนาจบริหาร
- ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม (Participatory democracy) คือ รูปแบบการปกครองที่เกี่ยวข้องกับการยินยอมและความเป็นเอกฉันท์ โดยเป็นแนวคิดที่นำเสนอมุมมองทางการเมืองที่ดีกว่า โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากกว่าเพียงการเลือกตั้ง เหมือนกับประชาธิปไตยแบบมีผู้แทนเท่านั้น
แนวคิดย่อย
[แก้]- ประชาธิปไตยแบบปฏิปักษ์ (Agonistic pluralism) - เป็นประชาธิปไตยที่ยอมรับว่าความขัดแย้งเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงมิได้ และควรนำเข้าสู่กระบวนการอันเป็นประโยชน์
- ประชาธิปไตยโดยคาดการณ์ (Anticipatory democracy) - เป็นประชาธิปไตยที่มติมหาชนจะได้มาโดยอาศัยการคาดการณ์อนาคตอันกระทำอย่างเป็นแบบแผนและมักอ้างอิงข้อมูลข่าวสารทางการตลาด
- ประชาธิปไตยแบบชีวภูมิภาค (Bioregional democracy) - เป็นประชาธิปไตยที่ระบบทางการเมือง ทางวัฒนธรรม และทางสิ่งแวดล้อม มีพื้นฐานบนภูมิภาคทางชีววิทยา ซึ่งเรียก "เขตนิเวศภูมิภาค" (ecoregion) หรือ "ชีวภูมิภาค" (bioregion)
- ประชาธิปไตยเพื่อพิทักษ์ (Defensive democracy) - เป็นประชาธิปไตยที่มีการจำกัดสิทธิและเสรีภาพบางอย่างของพลเมืองไว้เพื่อพิทักษ์สถาบันแห่งระบอบประชาธิปไตย
- ประชาธิปไตยโดยไตร่ตรอง (Deliberative democracy) - เป็นประชาธิปไตยที่การกำหนดนโยบายจะอาศัยผลการศึกษาวิจัยความคิดเห็นของทุกภาคส่วนในสังคม
- ชนาธิปไตย (Demarchy) - เป็นประชาธิปไตยที่สมมุติขึ้น กิจการทางการเมืองจะดำเนินไปโดยกลุ่มบุคคลซึ่งมาจากการสุ่มเลือกหรือการจับสลาก ประชาธิปไตยแบบนี้ได้ชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยที่ไร้การเลือกตั้ง
- ประชาธิปไตยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic democracy) - เป็นประชาธิปไตยที่ส่งเสริมกระบวนการทางประชาธิปไตยโดยอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโยลีสารสนเทศและการสื่อสาร มักปรากฏในประชาธิไตยแบบสาธารณรัฐหรือในประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน
- ประชาธิปไตยแบบฉุกเฉิน (Emergent democracy) - เป็นระบบทางสังคมที่สื่อมวลชนกระแสหลักถูกบั่นทอนบทบาทลงด้วยการจำกัดขอบเขต เป็นการปกครองที่ดำเนินในสถานการณ์อันฉุกละหุกหรือมิได้เตรียมการไว้ก่อน
- ประชาธิปไตยรวมศูนย์ (Democratic centralism) - เป็นวิธีการทางองค์กรอันซึ่งสมาชิกของพรรคการเมืองจะมาอภิปรายถกเถียงเรื่องนโยบายก่อนจะลงมติเพื่อให้สมาชิกทุกคนถือปฏิบัติตามโดยเฉพาะในที่สาธารณะ
- ประชาธิปไตยแบบเผด็จการ (Democartic dictatorship)
- ระบบพรรคเด่น (Dominant-party system) - เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองด้วยตนเองหรือในรัฐบาลผสมที่มีชุดเดียว
- ประชาธิปไตยเชิงเศรษฐกิจ (Economic democracy) - เป็นทฤษฎีทางประชาธิปไตยอันส่งเสริมให้พลเมืองมีความเสมอภาคกันในการดำรงชีพหรือในมาตรฐานการดำรงชีพ
- ประชาธิปไตยของชนชั้นรากหญ้า (Grassroots democracy) - เป็นประเภทหนึ่งของประชาธิปไตยที่เน้นการปกครองโดยหน่วยปกครองเล็ก ๆ ที่ได้รับการกระจายอำนาจจากส่วนกลาง อาทิ รัฐบาลท้องถิ่น หรือเทศบาล
- อเสรีประชาธิปไตย (Illiberal democracy) - เป็นประเภทหนึ่งของประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน ซึ่งผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้งให้บริหารอำนาจนั้นสามารถใช้อำนาจได้ตามใจปรารถนาโดยไม่มีขอบเขตหรือมีน้อย
- ประชาธิปไตยเชิงปฏิสันถาร (Interactive democracy) - เป็นประเภทหนึ่งของประชาธิปไตยที่มีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่ออำนวยให้พลเมืองได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางการเมือง อาทิ นโยบายใหม่ กฎหมายใหม่ หรือเพื่อให้สามารถใช้วิจารณญาณตัดสินใช้สิทธิ์ใช้เสียงในการลงประชามติได้
- ประชาธิปไตยภายในพรรค (Intra-party democracy) - เป็นกระบวนการทางประชาธิปไตยกระบวนการหนึ่งซึ่งปรากฏในรัฐบาลแบบพรรคเดียว
- เสรีประชาธิปไตย (Liberal democracy) - เป็นประเภทหนึ่งของประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน ซึ่งให้ความคุ้มครองเสรีภาพของบุคคลและทรัพย์สินโดยอาศัยหลักนิติธรรม
- ประชาธิปไตยแบบทุนนิยม (Democratic capitalism) หรือประชาธิปไตยโดยตลาด (Market democracy) - เป็นอุดมคติทางเศรษฐศาสตร์ที่มีพื้นฐานบนการจัดการเศรษฐกิจแบบไตรภาคีโดยอาศัยตลาดเป็นฐาน เพื่อจูงใจให้มีการตลาดค้าเสรี การจัดระเบียบองค์การทางการเมืองแบบประชาธิปไตย และระบบทางวัฒนธรรมและศีลธรรมที่ส่งเสริมมโนทัศน์แบบพหุนิยม
- ประชาธิปไตยแบบพหุพรรค (Multiparty democracy) - เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่พรรคการเมืองมากกว่าสองพรรคเป็นผู้บริหารอำนาจร่วมกันหรือผ่านการจัดตั้งรัฐบาลผสม
- ประชาธิปไตยใหม่ (New Democracy) - เป็นประชาธิปไตยตามมโนทัศน์ของลัทธิเหมาเจ๋อตงซึ่งว่าด้วยกลุ่มชนชั้นทั้งสี่ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศจีน
- ประชาธิปไตยแบบไม่ระบุพรรค (Non-partisan democracy) - เป็นการปกครองหรือการบริหารองค์กรแบบมีผู้แทนซึ่งมาจากการเลือกตั้งซึ่งจัดเป็นทั่วไปตามกำหนดเวลาโดยไม่คำนึงถึงพรรคการเมืองที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสังกัด
- ประชาธิปไตยแบบมูลวิวัติ (Radical democracy) - เป็นประเภทหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยที่มุ่งประคับประคองและประนีประนอมความแตกต่างและความไม่ลงรอยกันในกระบวนการตัดสินใจทางการเมือง
- ประชาธิปไตยเชิงศาสนา (Religious democracy) - เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่จริยธรรมทางศาสนามีบทบาทหลัก หรือที่ปรากฏในสังคมอันมีประชาการเป็นบุคลากรทางศาสนา
- ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ (Republican democracy) - เป็นการปกครองของสาธารณรัฐประชาธิปไตยที่กระทำโดยผ่านผู้แทนซึ่งมาจากการเลือกตั้ง
- ประชาธิปไตยเชิงสังคม (Social democracy) - เป็นปรัชญาการเมืองที่เรียกร้องให้การปกครองต้องเป็นไปเพื่อประชาชน คล้ายกับลัทธิสังคมนิยมแต่ต่างกันตรงที่สังคมนิยมไม่ต้องการให้มีการจัดตั้งรัฐวิสาหกิจ
- สังคมาธิปไตย (Sociocracy) - เป็นวิธีการปกครองแบบประชาธิปไตยที่มีพื้นฐานบนการตัดสินใจทางการเมืองด้วยความยินยอมของสังคม
- การจับสลาก (Sortition) - เป็นวิธีการทางประชาธิปไตยเพื่อคัดเลือกโดยการจับสลากซึ่งบุคลากรทางการเมืองการปกครองตามมโนทัศน์ของอริสโตเติล และเคยใช้ในสมัยโบราณที่กรุงเอเธนส์และนครเวนิซ
- ประชาธิปไตยแบบโซเวียต (Soviet democracy) หรือ ประชาธิปไตยแบบคณะกรรมการ (Council democracy) - เป็นประชาธิปไตยที่ชนชั้นกรรมาชีพเป็นผู้เลือกตั้งและถอดถอนผู้แทนของตนในคณะกรรมการบริหารอำนาจรัฐ
- ประชาธิปไตยแบบรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ (Totalitarian democracy) - เป็นการปกครองที่ผู้แทนซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายมีเอกภาพในบริหารอำนาจ ขณะที่พลเมืองแม้จะมีสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง แต่กลับมีส่วนร่วมน้อยในการตัดสินใจทางการเมืองหรือไม่มีเลย
- ประชาธิปไตยแบบเวสต์มินสเตอร์ (Westminster democracy) - เป็นประชาธิปไตยแบบมีรัฐสภาอันมีต้นกำเนิดมาจากระบบรัฐสภาของสหราชอาณาจักร
- ประชาธิปไตยในที่ทำงาน (Workplace democracy) - เป็นการปรับใช้ประชาธิปไตยแก่ระบบการบริหารงานขององค์กร เพื่อต่อต้านระบบการบริหารงานแบบเดิมที่เป็นไปโดยลำดับบังคับบัญชาสูงต่ำ
- ประชาธิปไตยแนวแจ็กสัน (Jacksonian democracy) คือ แนวคิดระบอบประชาธิปไตยของประธานาธิบดี แอนดรูว์ แจ็กสัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของอำนาจบริหารและตำแหน่งประธานาธิบดีเหนือสภาคองเกรส
- ประชาธิปไตยแนวเจฟเฟอร์สัน (Jeffersonian democracy) คือ แนวคิดระบอบประชาธิปไตยของรัฐบุรุษชาวอเมริกัน โทมัส เจฟเฟอร์สัน โดยมีใจความสำคัญหลายประการ ซึ่งแตกต่างจากประชาธิปไตยแบบแจ็กสันอยู่มาก
แนวคิดสังคมนิยม
[แก้]แนวคิดสังคมนิยมได้มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องของประชาธิปไตย โดยมีทั้งสังคมประชาธิปไตย ประชาธิปไตยสังคมนิยม และเผด็จการโดยชนชั้นกรรมาชีพ (ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วเป็น ประชาธิปไตยแบบโซเวียต) นักทฤษฎีสังคมนิยมจำนวนมากมีความเชื่อว่าประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมและประชาธิปไตยในที่ทำงาน เมื่อรวมกันแล้วจะกลายเป็น ประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน
ในทฤษฎีของมาร์กซ์ เขาได้มีแนวความคิดต่อต้านประชาธิปไตยเสรี และระบบรัฐสภา อันเป็นจุดกำเนิดของพรรคการเมืองและระบบทุนนิยม ทั้งมาร์กซ์ เลนินและทร็อตสกีเชื่อว่าประชาธิปไตยทางตรงจะสามารถใช้ผ่านช่องทางระบบคอมมูน ระบบดังกล่าวได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นประชาธิปไตยแบบสภา ซึ่งเริ่มต้นขึ้นจากประชาธิปไตยในที่ทำงาน
อ้างอิง
[แก้]- ↑ G. F. Gaus, C. Kukathas, Handbook of Political Theory, SAGE, 2004, p. 143-145, ISBN 0-7619-6787-7, Google Books link
- ↑ The Judge in a Democracy, Princeton University Press, 2006, p. 26, ISBN 0-691-12017-X, Google Books link