เจ้าหญิงลัลลา ลาติฟะฮ์
เจ้าหญิงลัลลา ลาติฟะฮ์ | |
---|---|
เจ้าหญิงพระชนนี | |
ประสูติ | พ.ศ. 2488–2489 ใกล้เมืองเคนีฟรา ประเทศโมร็อกโก |
สิ้นพระชนม์ | 29 มิถุนายน พ.ศ. 2567 (78 ปี) กรุงราบัต ประเทศโมร็อกโก |
พระภัสดา | สมเด็จพระราชาธิบดีฮะซันที่ 2 (พ.ศ. 2504–2542) มุฮัมมัด เมดีอูรี (พ.ศ. 2543–2567) |
พระบุตร | เจ้าหญิงลัลลา มัรยัม สมเด็จพระราชาธิบดีมุฮัมมัดที่ 6 เจ้าหญิงลัลลา อัสมา เจ้าหญิงลัลลา ฮัสนา เจ้าชายมูลัย รอชิด |
ราชวงศ์ | อะลาวีย์ (เสกสมรส) |
เจ้าหญิงฮัจญา ลัลลา ลาติฟะฮ์ สกุลเดิม อะมะฮ์ซูน[1] (อาหรับ: لالة لطيفة أمحزون; เบอร์เบอร์: ⵍⴰⵍⵍⴰ ⵍⴰⵟⵉⴼⴰ ⴰⵎⵃⵣⵓⵏ; พ.ศ. 2489 – 29 มิถุนายน พ.ศ. 2567) อดีตพระราชชายาในสมเด็จพระราชาธิบดีฮะซันที่ 2 และเป็นพระราชชนนีในสมเด็จพระราชาธิบดีมุฮัมมัดที่ 6 แห่งโมร็อกโก โดยพระองค์ถูกเรียกขานว่า "พระชนนีแห่งมวลเจ้าฟ้า" (mother of the royal children)[2]
ทั้งนี้พระองค์ได้รับการคุ้มครองด้านสิทธิส่วนบุคคลสูงยิ่งโดยเฉพาะในประเทศโมร็อกโก หนังสือพิมพ์โมร็อกโกฉบับหนึ่งที่มีชื่อว่าอัลอะยัม (Al Ayam) เคยพยายามที่จะเผยแพร่พระรูปของพระองค์อันขัดต่อกฎหมายโมร็อกโก (สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยสื่อสิ่งพิมพ์ พ.ศ. 2499 ที่ระบุว่าห้ามมิให้เผยแพร่พระฉายาลักษณ์หรือพระรูปของเชื้อพระวงศ์โดยมิได้รับพระบรมราชานุญาต)[3]
พระประวัติ
[แก้]เจ้าหญิงลัลลา ลาติฟะฮ์ มีพระนามเดิมว่า ฟาฏิมะฮ์ อะมะฮ์ซูน เป็นธิดาของผู้นำชาวเบอร์เบอร์เผ่าซาเยน (Zayane)[4] พระองค์ได้อภิเษกสมรสกับสมเด็จพระราชาธิบดีฮะซันที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2504[5] และได้รับการเฉลิมพระนามเป็น เจ้าหญิงลัลลา ลาติฟะฮ์ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการสับสนกับเจ้าหญิงลัลลา ฟาฏิมะฮ์ พระชายาพระองค์แรกในสมเด็จพระราชาธิบดีฮะซันที่ 2 และเป็นพระญาติของเจ้าหญิงลัลลา ลาติฟะฮ์เอง
สมเด็จพระราชาธิบดีฮะซันที่ 2 และเจ้าหญิงลัลลา ลาติฟะฮ์ มีพระราชโอรส-ธิดาด้วยกัน 5 พระองค์ ได้แก่[6][7]
- เจ้าหญิงลัลลา มัรยัม (26 สิงหาคม พ.ศ. 2505) เสกสมรสและหย่ากับฟุอาด ฟีลาลี มีพระบุตรด้วยกัน 2 คน
- สมเด็จพระราชาธิบดีมุฮัมมัดที่ 6 (21 สิงหาคม พ.ศ. 2506) อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงลัลลา ซัลมา มีพระราชบุตรด้วยกัน 2 พระองค์
- เจ้าหญิงลัลลา อัสมา (29 กันยายน พ.ศ. 2508) เสกสมรสกับคาลิด บูเชนตูฟ มีพระบุตรด้วยกัน 2 คน
- เจ้าหญิงลัลลา ฮัสนา (19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510) เสกสมรสกับคาลิด เบนฮัรบิต มีพระบุตรด้วยกัน 2 คน
- เจ้าชายมูลัย รอชิด (27 มิถุนายน พ.ศ. 2513) เสกสมรสกับอูม กัลทูม บูฟาแร็ส
หนึ่งในพระพี่น้องของพระองค์ คือ นายพลเมดบูฮ์ ฮัมมู อะมะฮ์ซูน (Medbouh Hammou Amahzoune) ถูกประหารพร้อมกับนายทหารระดับสูงอีก 9 นาย เนื่องจากมีส่วนร่วมในความพยายามก่อรัฐประหารสมเด็จพระราชาธิบดีฮะซันที่ 2 ในห้วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 42 ปี ณ พระราชวังฤดูร้อน[8][9] การประหารดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2514[9]
หลังสมเด็จพระราชาธิบดีฮะซันที่ 2 เสด็จสวรรคต พระองค์ได้เสกสมรสกับมุฮัมมัด เมดีอูรี (Mohamed Mediouri) อดีตราชองครักษ์ของอดีตพระราชสวามี[10][11]
เมื่อต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2565 เจ้าหญิงลัลลา ลาติฟะฮ์ มีพระอาการพระประชวรและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในประเทศฝรั่งเศส จากนั้นสมเด็จพระราชาธิบดีมุฮัมมัดที่ 6 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพระราชชนนี[12]
สิ้นพระชนม์
[แก้]เจ้าหญิงลัลลา ลาติฟะฮ์ สิ้นพระชนม์ในกรุงราบัต ประเทศโมร็อกโก เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2567[13][a] พระราชพิธีพระศพจัดขึ้นเป็นการส่วนพระองค์ในวันเดียวกันนั้นเอง ณ อาคารโถงประดิษฐานพระศพมูเลย์ เอล-ฮัซซัน ตั้งอยู่ภายในพื้นที่พระราชวังหลวงกรุงราบัต[14] สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลสหราชอาณาจักรในโมร็อกโกลดธงครึ่งเสาแสดงความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงพระราชชนนี[15] โดยสองประเทศแรกที่ได้ส่งสาส์นแสดงความอาลัยมายังสมเด็จพระราชาธิบดีคือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และแอลจีเรีย[16][17]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Aissa Amourag (17 October 2008). "Une escroquerie presque parfaite". MarocHebdo. สืบค้นเมื่อ 1 October 2012.
- ↑ Hughes, Stephen. (17 November 1975).With Thousands on the Road from Morocco, King Hassan Encourages a Sahara March-in, People (magazine)
- ↑ (15 February 2009). Prohibido publicar fotos de la madre de Mohamed VI (Forbidden to publish photographs of Mohamed VI's mother), El País (in Spanish)
- ↑ (10 February 1967). The King of Morocco, Hassan II, The New York Times ("daughter of Kaid Amaroq, a mountain chieftain")
- ↑ Royal Ark
- ↑ (24 July 1999).Morocco's King Hassan dies, aged 70, Independent Online (South Africa)
- ↑ (27 March 1989). Royal Treat for Maggie, Evening Times
- ↑ "1971: Death for Moroccan rebel leaders". BBC. สืบค้นเมื่อ 19 July 2015.
- ↑ 9.0 9.1 "شاهد على العصر - أحمد المرزوقي - الجزء الثالث" (ภาษาอาหรับ). Al Jazeera. สืบค้นเมื่อ 12 March 2014.
- ↑ Mahjoub Tobji (2006-09-13). Les officiers de Sa Majesté:Les dérives des généraux marocains 1956-2006. Fayard. ISBN 978-2-213-64072-3.
- ↑ Ali Amar (2009-04-29). Mohammed VI, le grand malentendu. Calman-Levy. ISBN 978-2-702-14857-0.
- ↑ https://www.jeuneafrique.com/1366857/politique/maroc-mohammed-vi-a-nouveau-en-france-au-chevet-de-sa-mere/
- ↑ National, The (29 June 2024). "Tributes paid as King of Morocco's mother dies". The National (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 29 June 2024. สืบค้นเมื่อ 29 June 2024.
- ↑ "Maroc : mort de la princesse Lalla Latifa, mère de Mohammed VI - Jeune Afrique.com". JeuneAfrique.com (ภาษาฝรั่งเศส). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 June 2024. สืบค้นเมื่อ 29 June 2024.
- ↑ "World Leaders Extend Condolences to King Mohammed VI on Death of Princess Lalla Latifa". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 June 2024. สืบค้นเมื่อ 30 June 2024.
- ↑ "UAE leaders offer condolences to King of Morocco". gulfnews.com (ภาษาอังกฤษ). 29 June 2024. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 29 June 2024. สืบค้นเมื่อ 30 June 2024.
- ↑ "Algérie – Maroc : Tebboune présente ses condoléances à Mohamed VI suite au décès de sa mère". TSA (ภาษาฝรั่งเศส). 29 June 2024. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 June 2024. สืบค้นเมื่อ 30 June 2024.
อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref>
สำหรับกลุ่มชื่อ "lower-alpha" แต่ไม่พบป้ายระบุ <references group="lower-alpha"/>
ที่สอดคล้องกัน