อีออน ฟลักซ์ สวยเพชฌฆาต
อีออน ฟลักซ์ สวยเพชฌฆาต | |
---|---|
กำกับ | คาริน คูซามา |
เขียนบท | พิล เฮย์ แม็ตแมนเฟรดี้ |
อำนวยการสร้าง | เดวิด เกล เกรกรอรี่ กู๊ดแมน เกล แอน เฮิร์ด แกรี่ ลูคเซสซี่ |
นักแสดงนำ | ชาร์ลิส โตรน โซฟี โอโคเนโด มาร์ตัน โคซ์คัส จอห์นนี่ ลี มิลเลอร์ ราล์ฟ เฮอร์ฟอร์ด ฟรานเซส แม็คดอร์แมนด์ |
กำกับภาพ | สจ๊วตส์ ดรายเบิร์ก |
ตัดต่อ | ปีเตอร์ ฮอเนส พลัมมี่ ทัคเคอร์ เจฟ กุลโลว์ |
ดนตรีประกอบ | กรีม รีเวล |
ผู้จัดจำหน่าย | พาราเมาท์ พิคเจอร์ เลคชอร์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ |
วันฉาย | ![]() |
ความยาว | 93 นาที |
ประเทศ | ![]() |
ภาษา | ภาษาอังกฤษ |
ทุนสร้าง | $62,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ |
ทำเงิน | $52,304,001 ดอลลาร์สหรัฐ |
ข้อมูลจาก All Movie Guide | |
ข้อมูลจาก IMDb |
อีออน ฟลักซ์ สวยเพชฌฆาต (อังกฤษ: Æon Flux) เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนว ผจญภัย แอคชั่นเชิงวิทยาศาสตร์ ออกฉายในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการดัดแปลงมาจากการ์ตูนแอนิเมชั่นทางโทรทัศน์เรื่อง อีออน ฟลักซ์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกสร้างให้มีชีวิตชีวาโดย ปีเตอร์ ชาน ที่ร่วมรับบทเป็นนักแสดงตัวรองในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย ส่วนนักแสดงนำก็คือ ชาร์ลิส โตรน เป็นตัวละครเอกของเรื่อง
เนื้อเรื่อง
[แก้]เนื้อเรื่องดำเนินไปบนโลกในอีก 408 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โลกพึ่งได้ผ่านช่วงเวลาที่เชื้อไวรัสได้ล้างผลาญ 99% ของประชากรโลกทั้งหมดในปี 2011 ส่วนผู้ที่เหลือรอดจากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็พากันไปอาศัยที่นครเบรกน่า ซึ่งปกครองเมืองแบบนครรัฐ นครเบรกน่านี้ถูกกันจากโลกภายนอกโดยกำแพงสูงและกระจกใสคลุมอยู่ด้านบนซึ่งบางคนเปรียบเทียบกับมันว่าเป็น "กรงทอง" ส่วนอำนาจสูงสุดของนครรัฐนี้ตกอยู่ที่ "รัฐสภาภายใต้การนำของเหล่านักวิทยาศาสตร์" ส่วนอีออน ฟลักซ์ เป็นหนึ่งในประชากรของเบรกน่าและเป็นสมาชิกของกลุ่มต่อต้านใต้ดินที่ชื่อว่า "โมนิกัน" โดยติดต่อสื่อสารระหว่างกันโดยใช้กระแสจิตจากการทานยาชนิดหนึ่ง และหัวหน้ากลุ่มมีชื่อว่า แฮนเลอร์ ภายหลังจากแผนของกลุ่มที่ทำลายสถานีควบคุมตรวจตราความปลอดภัยของเมืองเบรกน่า และเมื่ออีออนกลับมาถึงบ้านเธอได้พบว่า อูน่า ฟลักซ์ น้องสาวของเธอถูกฆ่าโดยตำรวจวึ่งคิดว่าอูน่าเป็นสมาชิกของกลุ่มโมนิกันทำให้อีออนแค้นมาก เธอจึงส่งคำขอให้เธอทำแผนปฏิบัติการฆาตกรรมหัวหน้าของรัฐบาลที่มีชื่อว่า เทรเวอร์ กู๊ดไชล์ (รับบทโดย:มาร์ตัน โครคัส) แต่เมื่อเธอเริ่มปฏิบัติการ เธอก็ได้ค้นพบกับแผนรัฐประหารลับโดยไม่เจตนา และจากการค้นพบนี้เองที่ทำให้เธอสงสัยเกี่ยวกับพันธุกรรมและโชคชะตาของทุกๆคนในเบรกน่า และความผิดปกติที่อีออนสามารถเชื่อมต่อและมีสายสัมพันธ์ปริศนากับชายผู้ที่เธอจะทำการฆาตกรรม ในท้ายที่สุดเธอก็ได้รูว่าเธอเป็นมนุษย์ที่มาจากการโคลนนิ่งโดยเธอถูกโครนนิ่งมาจากอดีตภรรยาของเทรเวอร์ ที่มีชื่อว่า แคเธอริน และเธอก็ยังพบความจริงอีกว่าเทรเวอร์กำลังพยายามที่จะรักษาเผ่าผันะมนุษย์ให้คงอยู่ต่อไปด้วยการเยียวยารักษามนุษย์จากเชื้อโรค แต่ผลกระทบข้างเคียงจากการรักษานี้ทำให้ทุกๆช่วงเวลาที่ผ่านไปมนุษย์แต่ละคนจะเริ่มเป็นหมัน ซึ่งแท้จริงแล้วเด็กทุกคนที่เกิดขึ้นในเบรกน่าล้วนเกิดมาจากการรีไซเคิลของดีเอ็นเอ โดยนำดีเอ็นเอของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วนำกลับมาโคลนนิ่งใหม่ และจากการตายแล้วเกิดใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้แต่ละที่เกิดมาใหม่นั้นมีควาทรงจำของคนเก่าติดกลับมาด้วยรวมถึงยังสามารถจำช่วงเวลาในอดีตได้อย่างเลือนลางเช่นเดียวกับอีออน ต่อมาหนึ่งในผู้ทดสอบการเยียวยาที่จะทำให้มนุษย์ตั้งครรภ์ได้ของเทรเวอร์ประสบผลสำเร็จ แต่ทว่าน้องชายของเทรเวอร์ โอเร็น กู๊ดไชล์ (รับบทโดย:จอห์นนี่ ลี มิลเลอร์) ได้ทำลายการวิจัยที่พยายามจะดำรงไว้ซึ่งการอยู่ในอำนาจและการดำรงเผ่าพันธ์ไปตลอดกาลของมนุษย์ อย่างไรก็ตามการเผชิญหน้าระหว่างเทรเวอร์กับอีออนทำให้โอเร็นเปิดเผยว่ามนุษยชาติตัวมันเองเหมาะที่จะมีชีวิตอยู่และบางคนสามารถมีบุตรธิดาได้ด้วยตัวเอง ท้ายสุดอีออนก็ถูกกดดันให้ต่อต้านกับสมาชิกทั้ง 2 คนของโมนิกันที่เป็นเพื่อนเธอรวมทั้งโอเร็น เธอได้ตั้งใจที่จะทำเพื่อโมนิกันโดยที่ไม่ฟังแฮนเลอร์และใช้พรรคพวกของเธอให้ฆ่าโอเร็นกับคนของเขา ในท้ายที่สุดเธอก็ได้ตัดสินใจที่จะทำลายสถานที่ที่ดีเอ็นเอสำหรับโคลนนิ่งถูกเก็บไว้ซึ่งเป็นบอลลูนยักษ์ที่สามารถบังคับทิศทางได้ลอยอยู่บนน่านฟ้าของเบรกน่า เมื่อเธอขึ้นไปยังบอลลูนยักษ์ได้เธอได้พบกับชายชราผู้หนึ่งซึ่งเป็นผู้ดูแลดีเอ็นเอทั้งหมดและเป็นอดีตนายแพทย์ที่ช่วยเก็บรักษาดีเอ็นเอของเธอไว้จากคำสั่งทำลายดีเอ็นเอทั้งหมดของเธอทิ้งเมื่อหลายร้อยปีก่อนและสั่งการโดยโอเร็น และเมื่อเธอทำลายบอลลูนลงได้แล้ว บอลลูนก็ได้ตกเข้าใส่ชนกับกำแพงจนถล่มลงมานั้นทำให้ผู้คนสามารถที่จะออกไปยังโลกภายนอกได้ในรอบหลายร้อยปี
โดยภาพยนตร์ทั้งหมดนี้ได้รวมเอาตอนต่างๆทั้งหมดของภาคการ์ตูนมารวมไว้ในฉบับเดียว ซึ่งภาคการ์ตูนก็เป็นต้นฉบับของภาพยนตร์เรื่องนี้ทั้งหมด
นักแสดง
[แก้]- ชาร์ลิส โตรน รับบท อีออน ฟลักซ์
- โซฟี โอโคเนโด รับบท ซิธันดรา
- มาร์ตัน โคซ์คัส รับบท เทรเวอร์ กู๊ดไชล์
- จอห์นนี่ ลี มิลเลอร์ รับบท โอเร็น กู๊ดไชล์
- ราล์ฟ เฮอร์ฟอร์ด รับบท การ์เดนนาร์
- ฟรานเซส แม็คดอร์แมนด์ รับบท แฮนเลอร์
- อเมเลีย วอร์เนอร์ รับบท อูน่า ฟลักซ์
- แคโรไลน์ ชิเคซี่ รับบท เฟรย่า
การตอบรับ
[แก้]พาราเมาท์ พิคเจอร์ ตัดสินใจที่จะไม่ติดโฆษณาเกี่ยวกับคำวิจารณ์ที่มีต่อภาพยนตร์ ซึ่งภาพยนตร์ก็กวาดรายได้ตอนเปิดตัวในสุดสัปดาห์ไป 13.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2006 และก็มีหลายคนบอกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้นั่นก็ถือว่าถ่ายทำได้สมบูรณ์เช่นเดียวกับภาคการ์ตูน รวมรายได้ภายในสหรัฐอเมริกาได้ 25,874,337 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรายได้ทั่วโลกอยู่ที่ 52,304,001 ดอลลาร์สหรัฐ[1]และคำวิจารณ์ส่วนใหญ่ก็ผสมปนเปไปในทางลบ และเรตติ้งของภาพยนตร์อยู่ที่ 11% ในเว็บไซต์ Rottentomatoes.com[2] และได้คะแนน 36 ใน 100 คะแนนของเว็บไซต์ Metacritic.com[3]
ถึงแม้ปีเตอร์ ชาน ยังมองภาพยนตร์ในแง่ดีและภูมิใจที่ได้ควบคุมการผลิตทั้งหมด แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ออกมาบอกว่า "มันช่างเป็นการล้อเลียนที่น่าขยะแขยง" "ผมรู้สึกไม่มีความสุขเลยเมื่อผมอ่านต้นฉบับของภาพยนตร์เมื่อ 4 ปีก่อน และผู้คนในโรงภาพยนตร์ทำให้ผมรู้สึกไร้ประโยชน์ น่าละอายและเสียใจ" แล้วคณะผู้สร้างก็ออกมาอ้างว่าพวกเขาต้องการฉบับดั้งเดิมมากกว่าอีกทั้งพวกเขาก็ไม่ได้ชี้แจ้งเกี่ยวกับต้นฉบับให้สาธารณชน ท้ายที่สุดทางคณะผู้ถ่ายทำได้ตักสินใจตัดต่อภาพยนตร์ใหม่โดยเพิ่มช่วงของภาพยนตร์ต้นฉบับเกือบ 30 นาที
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Box Office Mojo - Theatrical information". สืบค้นเมื่อ 2008-07-09.
- ↑ Æon Flux reviews Rotten Tomatoes
- ↑ Æon Flux reviews เก็บถาวร 2010-07-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน Metacritic