วิลเลียม ที. จี. มอร์ตัน
วิลเลียม ธอมัส กรีน มอร์ตัน | |
---|---|
เกิด | 9 สิงหาคม ค.ศ. 1819 ชาร์ลตัน รัฐแมสซาชูเสตส์ |
เสียชีวิต | 15 กรกฎาคม ค.ศ. 1868 นครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก | (48 ปี)
สัญชาติ | อเมริกา |
มีชื่อเสียงจาก | ใช้อีเธอร์ในการผ่าตัดเป็นครั้งแรก |
คู่สมรส | เอลิซาเบธ ไวต์แมน |
อาชีพทางวิทยาศาสตร์ | |
สาขา | ทันตแพทยศาสตร์ |
มีอิทธิพลต่อ | ชารลส์ ที. แจ็กซัน ฮอเรซ เวลส์ |
วิลเลียม ธอมัส กรีน มอร์ตัน (อังกฤษ: William Thomas Green Morton; 9 สิงหาคม 1819 – 15 กรกฎาคม 1868) เป็นทันตแพทย์และแพทย์ชาวอเมริกันผู้สาธิตการใช้อีเธอร์แบบสูดดมเพื่อเป็นยาระงับความรู้สึกสำหรับการผ่าตัดเป็นครั้งแรกต่อสาธารณชนในปี 1846 ตลอดชีวิตเขานับจากนั้น เขาทุ่มเทไปกับการพยายามสนับสนุนคำกล่าวอ้างว่าเขาผู้ค้นพบยาระงับความรู้สึก ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างอันเป็นที่น่ากังขา[1]
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 1846 มอร์ตันให้อีเธอร์แก่ผู้ป่วยเพื่อทำการถอนฟันโดยไม่เจ็บ หลังข่าวการให้ยาระงับความรู้สึกของเขาแพร่ออกไป ศัลยแพทย์ชาวบอสตัน เฮนรี เจเคิบ บิดจ์โลว์ ได้อ่านพบข่าวที่เขียนถึงเหตุการณ์นี้ในเชิงบวก และจัดการสาธิตการผ่าตัดภายใต้ยาระงับความรู้สึกอีเธอร์ในวันที่ 16 ตุลาคม ปีเดียวกัน โดยสาธิตต่อสาธารณะที่ห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลกลางรัฐแมสซาชูเสตส์ โดยในการสาธิตครั้งนี้ แพทย์ จอห์น คอลลินส์ วอร์เรน ทำการตัดก้อนเนื้องอกออกจากคอของเอดเวิร์ด กิลเบิร์ต แอบบ็อต โดยไม่มีความเจ็บปวด ข่าวการใช้ยาระงับความรู้สึกในครั้งนี้แพร่กระจายไปทั่วโลก โดยมีการใช้ครั้งแรกนอกสหรัฐในลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยทันตแพทย์ เจมส์ รอบินซัน[2] ห้องผ่าตัดที่โรงพยาบาลกลางรัฐแมสซาชูเสตส์ที่ใช้สาธิตการผ่าตัดในวันนั้น กลายมาเป็นที่รู้จักในเวลาต่อมาว่า "โดมอีเธอร์" และปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ไว้ในฐานะสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์[3] หลังการสาธิต มอร์ตันพยายามปิดบังชื่อสารระงับความรู้สึกที่ให้แอบบอตดมโดยการเรียกแทนสารระงับความรู้สึกนี้ว่า "เลธีออน" (Letheon) แต่ไม่นานหลังจากนั้นก็เป็นที่ทราบกันว่าคืออีเธอร์[4]
ในปี 1852 มอร์ตันได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยแพยศาสตร์วอชิงตันในบัลติมอร์ (Washington University of Medicine in Baltimore) ที่ซึ่งต่อมากลายมาเป็นวิทยาลัยแพทย์และศัลยแพทย์ (College of Physicians and Surgeons)[5] เขาเข้าร่วมเป็นศัลยแพทย์อาสานับตั้งแต่ปี 1862 ให้กับกองพันแฟ่งแม่น้ำพอทอแมก เขาช่วยเหลือรักษาทหารที่บาดเจ็บกว่าสองพันนายตลอดการรบครั้งต่าง ๆ ที่ฟรีดริกเบิร์ก, แชนเซลเลอสวิลล์ และวิลเดอร์เนส[6]
ในปี 1868 ขณะมอร์ตันนั่งรถม้ากับภรรยาในนครนิวยอร์ก เขาได้ขอให้รถหยุด ก่อนจะวิ่งตรงลงไปในทะเลสาบใจกลางสวนเซนทรอลพาร์กเพื่อ "ทำให้ตัวเย็นลง" ต่อมาจึงเป็นที่เข้าใจว่าพฤติกรรมนี้เกิดจากหลอดเลือดในสมองตีบ มอร์ตันถูกนำตัวไปยังโรงพยาบาลเซนต์ลยุกส์ มีการบันทึกไว้ว่าหลังหัวหน้าศัลยแพทย์จำหน้าของมอร์ตันได้ เขาได้กล่าวแก่นักเรียนแพทย์ของเขาว่า "...ต่อหน้าพวกคุณคือชายที่ได้ทำสิ่งต่าง ๆ แก่มนุษยชาติและลดความทุกข์ระทม มากกว่าที่มนุษย์อื่นใดเคยทำมา"[7]
มอร์ตันเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหลอดเลือดสมองในครั้งนั้น และถูกฝังร่างไว้ที่สุสานเมาต์ออเบิร์น ในวอเตอร์ทาวน์ และ แคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเสตส์[8]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Fenster, J. M. (2001). Ether Day: The Strange Tale of America's Greatest Medical Discovery and the Haunted Men Who Made It. New York, NY: HarperCollins. ISBN 978-0-06-019523-6.
- ↑ Boote F. (1847). "Surgical operations performed during insensibility produced by the inhalation of sulphuric ether". Lancet. 49 (1218): 5–8. doi:10.1016/S0140-6736(02)88271-X.
- ↑ "National Historic Landmarks Program: Ether Dome, Massachusetts General Hospital". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-06-05. สืบค้นเมื่อ 2010-11-02.
- ↑ ""Letheon" Inhaler". สืบค้นเมื่อ 2009-05-01.
- ↑ Pinsker, Sheila; Harding, Robert S. (1986). "The Morton Family Collection 1849–1911". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-08-21. สืบค้นเมื่อ 2008-12-02.
- ↑ Biographical sketch of Dr. William T. G. Morton. U.S. National Library of Medicine. Concord, N.H. 1896.
{{cite book}}
: CS1 maint: others (ลิงก์) - ↑ "Dr. Morton's Death". McClure's Magazine. 7: 318. 1896.
- ↑ Smith, Arthur Ervin (1921). Block Anesthesia and Allied Subjects: With Special Chapters on the Maxillary Sinus, the Tonsils, and Neuralgias of the Nervous Trigeminus for Oral Surgeons, Dentists, Laryngologists, Rhinologists, Otologists, and Students (ภาษาอังกฤษ). Kimpton. pp. 13–14.