ผู้ใช้:Phaisit16207/ทดลองเขียน 7
![]() | นี่คือหน้าทดลองเขียนของ Phaisit16207 หน้าทดลองเขียนเป็นหน้าย่อยของหน้าผู้ใช้ ซึ่งผู้ใช้มีไว้ทดลองเขียนหรือไว้พัฒนาหน้าต่าง ๆ แต่นี่ไม่ใช่หน้าบทความสารานุกรม ทดลองเขียนได้ที่นี่ หน้าทดลองเขียนอื่น ๆ: หน้าทดลองเขียนหลัก |
ซีซาร์ (กงสุลโรมัน)
[แก้]กาอิอุส ยูลิอุส ไกซาร์ | |
---|---|
![]() รูปปั้นครึ่งตัวซีซาร์ในพิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติเนเปิลส์ | |
ผู้เผด็จการแห่งสาธารณรัฐโรมัน | |
ดำรงตำแหน่ง ตุลาคม 49 ปีก่อน ค.ศ. – 15 มีนาคม 44 ปีก่อน ค.ศ. | |
กงสุลแห่งสาธารณรัฐโรมัน | |
ดำรงตำแหน่ง 1 มกราคม 44 ปีก่อน ค.ศ. – 15 มีนาคม 44 ปีก่อน ค.ศ. ดำรงตำแหน่งร่วมกับ มาร์ก แอนโทนี | |
ก่อนหน้า | กาอิอุส กานีนิอุส เรบิลุส กับกาอิอุส แตรโบนิอุส |
ถัดไป | ปูบลิอุส กอร์เนลิอุส ดอลาแบ็ลลา กับ มาร์ก แอนโทนี |
ดำรงตำแหน่ง 1 มกราคม 46 ปีก่อน ค.ศ. – กันยายน 45 ปีก่อน ค.ศ. ดำรงตำแหน่งร่วมกับ มาร์กุส ไอมิลิอุส แลปิดุส (46 ปีก่อน ค.ศ.) | |
ก่อนหน้า | กวินตุส ฟูฟิอุส กาเลนุส กับ ปูบลิอุส วาตีนิอุส |
ถัดไป | กวินตุส ฟาบิอุส มักซิมุส กับ กาอิอุส แตรโบนิอุส |
ดำรงตำแหน่ง 1 มกราคม 48 ปีก่อน ค.ศ. – 1 มกราคม 47 ปีก่อน ค.ศ. ดำรงตำแหน่งร่วมกับ ปูบลิอุส แซร์วีลิอุส วาติอา อิเซาริกุส | |
ก่อนหน้า | กาอิอุส เกลาดิอุส มาร์แก็ลลุส ไมยอร์ กับ ลูกิอุส กอร์เนลิอุส แล็นตุลุส กรูส |
ถัดไป | กวินตุส ฟูฟิอุส กาเลนุส กับ ปูบลิอุส วาตีนิอุส |
ดำรงตำแหน่ง 1 มกราคม 59 ปีก่อน ค.ศ. – 1 มกราคม 58 ปีก่อน ค.ศ. ดำรงตำแหน่งร่วมกับ มาร์กุส กัลปูร์นิอุส บิบุลุส | |
ก่อนหน้า | กวินตุส ไกกิลิอุส แมแต็ลลุส แกแลร์ กับ ลูกิอุส อาฟรานิอุส |
ถัดไป | ลูกิอุส กัลปูร์นิอุส ปีโซ ไกโซนินุส กับ เอาลุส กาบีนิอุส |
ข้อมูลส่วนบุคคล | |
เกิด | กรกฎาคม 100 ปีก่อน ค.ศ. โรม แคว้นอิตาเลีย สาธารณรัฐโรมัน |
เสียชีวิต | 15 มีนาคม 44 ปีก่อน ค.ศ. (55 ปี) โรม แคว้นอิตาเลีย สาธารณรัฐโรมัน |
ที่ไว้ศพ | วิหารซีซาร์ โรม |
ศาสนา | พหุเทวนิยมโรมัน |
คู่สมรส |
|
บุตร |
|
บุพการี |
|
กาอิอุส ยูลิอุส ไกซาร์ (ละติน: Caivs/Gaivs Ivlivs Caesar) หรือ จูเลียส ซีซาร์ (อังกฤษ: Julius Caesar; กรกฎาคม 100 ปีก่อน ค.ศ. – 15 มีนาคม 44 ปีก่อน ค.ศ.) เป็นรัฐบุรุษ แม่ทัพ และผู้ประพันธ์ร้อยแก้วอันเลื่องชื่อชาวโรมัน เขามีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์อันนำไปสู่การสิ้นสุดสาธารณรัฐโรมันและความเจริญของจักรวรรดิโรมัน ใน 60 ปีก่อน ค.ศ. ซีซาร์, กรัสซุส และปอมปีย์ ตั้งพันธมิตรทางการเมืองซึ่งจะครอบงำการเมืองโรมันไปอีกหลายปี ความพยายามของพวกเขาในการสั่งสมอำนาจผ่านยุทธวิธีประชานิยมถูกชนชั้นปกครองอนุรักษนิยมในวุฒิสภาโรมันคัดค้าน ซึ่งในบรรดานั้นมีกาโตผู้เยาว์ (Cato the Younger) ด้วยการสนับสนุนบ่อยครั้งของกิแกโร ชัยชนะของซีซาร์ในสงครามกอล ซึ่งสมบูรณ์ใน 51 ปีก่อน ค.ศ. ขยายดินแดนของโรมันไปถึงช่องแคบอังกฤษและแม่น้ำไรน์ ซีซาร์เป็นแม่ทัพโรมันคนแรกที่ข้ามทั้งสองเมื่อเขาสร้างสะพานข้ามแม่น้ำไรน์และบุกครองบริเตนครั้งแรก
ความสำเร็จเหล่านี้ทำให้เขามีอำนาจทางทหารซึ่งไม่มีผู้ใดเทียม และคุกคามฐานะของพอมพีย์ซึ่งเปลี่ยนไปเข้ากับวุฒิสภาหลังกรัสซุสเสียชีวิตใน 53 ปีก่อน ค.ศ. เมื่อสงครามกอลยุติ วุฒิสภาสั่งซีซาร์ให้ลงจากตำแหน่งบังคับบัญชาทหารของเขาและกลับกรุงโรม ซีซาร์ปฏิเสธคำสั่งนั้นและใน 49 ปีก่อน ค.ศ. ท้าทายโดยการข้ามแม่น้ำรุบิโกพร้อมด้วยทหารหนึ่งลีเจียน ทิ้งมณฑลของเขาและเข้าอิตาลีภายใต้อาวุธอย่างมิชอบด้วยกฎหมาย เกิดสงครามกลางเมืองตามมา และชัยชนะของซีซาร์ในสงครามทำให้เขามีฐานะอำนาจและอิทธิพลโดยไร้คู่แข่ง
หลังเข้าควบคุมรัฐบาล ซีซาร์เริ่มโครงการปฏิรูปสังคมและรัฐบาล รวมทั้งการสถาปนาปฏิทินจูเลียน เขารวมระบบข้าราชการประจำของสาธารณรัฐเข้าสู่ศูนย์กลางและสุดท้ายประกาศตนเป็น "ผู้เผด็จการตลอดชีพ" ทำให้เขายิ่งมีอำนาจมากขึ้นไปอีก แต่ความขัดแย้งทางการเมืองใต้น้ำยังไม่สงบ และในไอดส์มีนาคม (Ides of March) คือ 15 มีนาคม 44 ปีก่อน ค.ศ. ซีซาร์ถูกกลุ่มสมาชิกวุฒิสภากบฏลอบสังหาร นำโดยมาร์กุส ยูนิอุส บรูตุสผู้ลูก ผู้ซึ่งเป็นคนสนิทและเป็นเสมือนลูกศิษย์ โดยพูดเป็นประโยคสุดท้ายเป็นภาษาละตินว่า "Et tu Brute" (เจ้าด้วยหรือ บรูตุส)[1] สงครามกลางเมืองชุดใหม่อุบัติ และรัฐบาลสาธารณรัฐอันมีรัฐธรรมนูญไม่เคยถูกฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ อ็อกตาวิอุส ทายาทบุญธรรมของซีซาร์ ซึ่งภายหลังรู้จักกันในพระนาม จักรพรรดิเอากุสตุส เถลิงอำนาจแต่ผู้เดียวหลังพิชิตศัตรูในสงครามกลางเมืองนั้น อ็อกตาวิอุสรวบรวมอำนาจและเริ่มสมัยจักรวรรดิโรมัน
คนรู้จักชีวิตส่วนมากของซีซาร์จากบันทึกการทัพของเขาเองและจากแหล่งข้อมูลร่วมสมัยอื่น ส่วนใหญ่เป็นจดหมายและสุนทรพจน์ของกิแกโรและงานเขียนประวัติศาสตร์ของแซลลัสต์ (Sallust) เป็นหลัก ชีวประวัติซีซาร์ในภายหลังโดยซุเอโตนิอุสและพลูทาร์กก็เป็นแหล่งข้อมูลหลักเช่นกัน นักประวัติศาสตร์หลายคนถือซีซาร์เป็นผู้บัญชาการทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คนหนึ่ง
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Woolf Greg (2006), Et Tu Brute? – The Murder of Caesar and Political Assassination, 199 pages – ISBN 1-86197-741-7
หมวดหมู่:บุคคลที่เกิด 100 ปีก่อนคริสตกาล
หมวดหมู่:ทหารชาวโรมัน
หมวดหมู่:บุคคลในศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล
หมวดหมู่:บุคคลที่ถูกลอบสังหาร
หมวดหมู่:เสียชีวิตจากอาวุธมีคม
หมวดหมู่:บุคคลที่ถูกจับโดยโจรสลัด
หมวดหมู่:ประมุขแห่งรัฐที่ถูกลอบสังหาร
คริสตจักรออร์ทอดอกซ์ตะวันออก
[แก้]ส่วนหนึ่งของ |
ศาสนาคริสต์ |
---|
![]() |

คริสตจักรออร์ทอดอกซ์ตะวันออก[1] (อังกฤษ: Eastern Orthodox Church) เรียกโดยย่อว่าคริสตจักรออร์ทอดอกซ์ (The Orthodox Church) หรือคริสตจักรไบแซนไทน์ (The Byzantine Church) เป็นคริสตจักรที่ใหญ่เป็นอันดับสองในโลก คริสตจักรนี้ปฏิบัติตามหลักการทางเทววิทยาอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่สมัยศาสนาคริสต์ยุคแรก ศาสนจักรนี้เชื่อว่าคริสตจักรออร์โธด็อกซ์เป็นคริสตจักรแท้จริงเพียงหนึ่งเดียวที่ก่อตั้งโดยพระผู้เป็นเจ้า โดยสืบเนื่องมาจากอัครทูตของพระเยซูคริสต์
ออร์ทอดอกซ์ (Orthodox) หมายความว่า หลักคำสอนที่ถูกต้อง ซึ่งมาจากภาษากรีกคือ orthos แปลว่าถูกต้อง และ doxa แปลว่าคำสอน เมื่อในช่วงศาสนาคริสต์ยุคแรก ได้มีการเผยแพร่หลักคำสอนที่ผิด ซึ่งจะทำให้เกิดความผิดเพี้ยนของศาสนาจักร ซึ่งทางศาสนจักรออร์ทอดอกซ์ จึงได้เรียกตนเองว่าออร์ทอดอกซ์ เพื่อความเป็นศาสนจักรดั้งเดิม และต่อต้านหลักคำสอนนอกรีต อาจจะทำให้เกิดความแตกแยก
ชาวออร์ทอดอกซ์ถือว่าศาสนจักรออร์ทอดอกซ์เป็นคริสตจักรแท้จริง ดั้งเดิม ศักดิ์สิทธิ์ สากล มีหลักคำสอนที่แท้จริงและดั้งเดิม มาตั้งแต่ศาสนาคริสต์ยุคแรกโดยไม่เคยเปลี่ยนหลักคำสอนใดๆ คริสตจักรออร์ทอดอกซ์แบ่งเป็นคริสตจักรย่อย ๆ แต่ละคริสตจักรมีอัครบิดร (หรือชาวอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ในประเทศไทยเรียกว่า พระสังฆราช[2]) เป็นประมุข ผู้มีหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ประเพณีของศาสนจักร และสามารถสืบสายกลับไปได้ถึงอัครทูตของพระเยซูโดยเฉพาะนักบุญอันดรูว์
คริสตจักรในกลุ่มอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์มักจะไม่เรียกตนเองว่า “อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์” แต่จะใช้ชื่อเฉพาะของกลุ่มที่บอกที่ตั้งของกลุ่มเช่น “คริสตจักรรัสเซียออร์ทอดอกซ์” หรือ “คริสตจักรกรีกออร์ทอดอกซ์” "คริสตจักรเซอเบียร์ออร์ทอดอกซ์ หรือชาติอื่น ๆ
คริสตจักรยุโรปตะวันออก เอเชียตะวันตก และทวีปแอฟริกาเหนือก็ใช้คำว่า “ออร์ทอดอกซ์” แต่ทางปฏิบัติจะแตกต่างกับ อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ และจะเรียกตัวเองว่า ออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์
ประวัติ
[แก้]คริสตจักรออร์ทอดอกซ์เชื่อว่าคริสตจักรของพวกเขาถูกก่อตั้งโดยอัครทูตของพระเยซูคริสต์ ซึ่งมี 5 คริสตจักรตั้งแต่ศาสนาคริสต์ยุคแรก มีดังนี้
- คริสตจักรแห่งกรุงคอนสแตนติโนเปิล ก่อตั้งโดยนักบุญแอนดรูว์
- คริสตจักรแห่งอเล็กซานเดรีย ก่อตั้งโดยนักบุญมาระโก
- คริสตจักรแห่งอันติออก ก่อตั้งโดยนักบุญเปาโล
- คริสตจักรแห่งกรุงเยรูซาเล็ม ก่อตั้งโดยนักบุญเปโตรและนักบุญยากอบ และ
- คริสตจักรแห่งโรม ก่อตั้งโดยนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล
ต่อมาคริสตจักรเหล่านี้เผยแพร่ศาสนาออกไปและก่อตั้งคริสตจักรจักรย่อยต่าง ๆ ขึ้นมา ได้แก่ คริสตจักรแห่งซีนาย คริสตจักรแห่งรัสเซีย คริสตจักรกรีซ คริสตจักรเซอร์เบีย คริสตจักรบัลกาเรีย คริสตจักรโรมาเนีย เป็นต้น โดยคริสตจักรทั้งหมดนี้จะมีหลักธรรมคำสอนที่เป็นหนึ่งเดียวกัน แต่จะอำนาจปกครองเป็นอิสระต่อกัน ต่อมาในปี ค.ศ.1054 คริสตจักรแห่งกรุงโรมและคริสตจักรอีก 4 แห่งที่เหลือได้แยกจากกัน คริสตจักรที่เหลืออื่น ๆ นอกจากโรม จะเรียกคริสตจักรตนเองว่า ออร์ทอดอกซ์ ซึ่งจะมีความเชื่อ ความศรัทธา ในหลักธรรมคำสอนเพียงหนึ่งเดียวและพิธีกรรมต่าง ๆ อย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามความเชื่อของพวกเขา[3]
คริสตจักรในสังกัด
[แก้]นิกายออร์ทอดอกซ์ในปัจจุบันนี้ประกอบด้วย 14 ผู้นำคริสตจักรของแต่ละคริสตจักรทั่วโลก[4] ที่ปกครองตนเองที่เป็นอิสระของแต่ประเทศ ซึ่งมีหลักคำสอนและจุดประสงค์ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน อัครบิดรของศาสนจักรออร์ทอดอกซ์แต่ละประเทศนั้น สามารถตัดสินใจที่จะกระทำการในพิธีกรรมต่าง ๆ ได้ แต่จะไม่สามารถที่จะเปลี่ยนหลักคำสอนของนิกายออร์ทอดอกซ์ทั้งสิ้นที่มีมาแต่ดั้งเดิม เนื่องด้วยแต่ละประมุขของนิกายออร์ทอดอกซ์ของแต่ละประเทศนั้นอยู่ในวัตถุประสงค์เดียวกัน คือรักษาหลักคำสอนของนิกายออร์ทอดอกซ์ ซึ่งต้องปฏิบัติตามเหมือนกันอย่างเคร่งครัด[5]
- เขตอัครบิดรแห่งคอนสแตนติโนเปิล (ประเทศตุรกี)
- เขตอัครบิดรแห่งแอนติออกและตะวันออกทั้งมวล
- เขตอัครบิดรแห่งอะเล็กซานเดรีย (ประเทศอียิปต์)
- เขตอัครบิดรแห่งเยรูซาเลม (ประเทศอิสราเอล)
- เขตอัครบิดรแห่งมอสโกและรัสเซียทั้งมวล (ประเทศรัสเซีย)
- เขตอัครบิดรแห่งเซอร์เบีย (ประเทศเซอร์เบีย)
- เขตอัครบิดรแห่งโรมาเนีย (ประเทศโรมาเนีย)
- เขตอัครบิดรแห่งบัลแกเรีย (ประเทศบัลแกเรีย)
- เขตอัครบิดรแห่งจอร์เจีย (ประเทศจอร์เจีย)
- คริสตจักรแห่งไซปรัส (ประเทศไซปรัส)
- คริสตจักรแห่งกรีซ (ประเทศกรีซ)
- คริสตจักรพอลิชออร์ทอดอกซ์ (ประเทศโปแลนด์)
- คริสตจักรเช็กและสโลวักออร์ทอดอกซ์ (ประเทศสาธารณรัฐเช็ก)
- คริสตจักรออร์ทอดอกซ์ในอเมริกา (ประเทศสหรัฐอเมริกา)
วันสำคัญ
[แก้]นิกายออร์ทอดอกซ์ มีเทศกาลและวันสำคัญต่างๆ อีกหลายวันตามปฏิทินจูเลียน ดังนี้
- 7 มกราคม - วันฉลองพระคริสตสมภพ (วันคริสต์มาส)
- 19 มกราคม - วันสมโภชพระเยซูเจ้าเข้ารับพิธีล้าง และ สมโภชพระเยซูคริสต์แสดงองค์
- 15 กุมภาพันธ์ - วันสมโภชพระเยซูเจ้าเข้าสุหนัต
- วันสมโภชพระเยซูคริสต์เจ้า เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม (วันอาทิตย์แห่งใบปาล์ม)
- เทศกาลอีสเตอร์ ซึ่งเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองวันอาทิตย์แรกของสุริยะคติ จันทรคติแรกแห่งฤดูใบไม้ผลิ จากระหว่างวันที่ 4 เมษายน จนถึง วันที่ 8 พฤษภาคม ของแต่ละปี
- 7 เมษายน - วันฉลองพระนางมารีย์รับสาร (คือการแจ้งข่าวประเสริฐของทูตสวรรค์ต่อพระนางมารีย์พรหมจารีย์ เกี่ยวกับการเสด็จมาจุติสมภพของพระเยซูคริสต์พระบุตรแห่งพระเจ้าในพระครรภ์ของพระนาง)
- เทศกาลฉลองวันพระจิตเจ้า และ วันแห่งพระตรีเอกภาพ (สิบวันหลังจากการเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ของพระเยซูคริสต์เจ้า) ในวันที่ห้าสิบหลังวันอีสเตอร์
- 19 สิงหาคม - วันสมโภชพระเยซูเจ้าจำแลงพระวรกาย
- 28 สิงหาคม - วันสมโภชแม่พระบรรทม (วันสิ้นพระชนม์ของพระนางมารีย์)
- 21 กันยายน - วันสมโภชแม่พระบังเกิด (วันประสูติของพระนางมารีย์)
- 27 กันยายน - วันสมโภชพระกางเขน
- 4 ธันวาคม - วันสมโภชพระนางมารีย์เข้าสู่พระวิหาร
แผนภาพ
[แก้]
- (ไม่ได้แสดงนิกายที่มิใช่ไนซีน, ไม่ถือตรีเอกานุภาพ, และนิกายฟื้นฟูบางนิกาย)
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ ราชบัณฑิตยสถาน, สารานุกรมประเทศในทวีปยุโรป ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, 2550, หน้า 66
- ↑ "ข่าวและกิจกรรม". มูลนิธิคริสต์สาสนิกชนดั้งเดิมออร์โธดอกซ์ในประเทศไทย. 15 ตุลาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2560.
{{cite web}}
: ตรวจสอบค่าวันที่ใน:|accessdate=
(help) - ↑ "ประวัติความเป็นมา". Holy Trinity Church in Phuket. 15 ตุลาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2560.
{{cite web}}
: ตรวจสอบค่าวันที่ใน:|accessdate=
(help) - ↑ "Ecumenical Patriarchate". สืบค้นเมื่อ 5 March 2015.
- ↑ http://www.orthodox.or.th/index.php?content=orthodox_world&lang=th
คอนสแตนติโนเปิล
[แก้]![]() | |
ชื่ออื่น | บิแซนเทียม (ชื่อกรีกในก่อนหน้านี้), Nova Roma ("โรมใหม่"), มิคลากราด/มิคลากรากค์ (นอร์สเก่า), ซาร์กราด (สลาฟ), ควอนสตันตินิญะห์ (อาหรับ), บาซีลูซา ("ราชินีแห่งนคร"), เมกาโลโพลิส ("นครใหญ่"), Πόλις ("นคร"), คอนสแตนตินิเยห์ (ตุรกี) |
---|---|
ที่ตั้ง | ฟาติห์, อิสตันบูล ประเทศตุรกี |
ภูมิภาค | ภูมิภาคมาร์มารา |
พิกัด | 41°00′50″N 28°57′20″E / 41.01389°N 28.95556°E |
ประเภท | นครใหญ่ |
ส่วนหนึ่งของ | |
พื้นที่ |
|
ความเป็นมา | |
ผู้สร้าง | จักรพรรดิคอนสแตนตินมหาราช |
สร้าง | 11 เมษายน ค.ศ. 330 |
สมัย | ยุคโบราณตอนปลายถึงยุคกลางตอนปลาย |
วัฒนธรรม |
คอนสแตนติโนโพลิส (กรีก: Κωνσταντινούπολις Konstantinoúpolis; ละติน: Constantinopolis) คอนสแตนติโนเปิล (อังกฤษ: Constantinople) หรือ คอสแตนตินิเยห์ (ตุรกีออตโตมัน: قسطنطينيه, อักษรโรมัน: Ḳosṭanṭīnīye) เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิโรมัน ระหว่างปี ค.ศ. 330 ถึง ค.ศ. 395; ของจักรวรรดิไบแซนไทน์ ระหว่างปี ค.ศ. 395 ถึง ค.ศ. 1204 และระหว่างปี ค.ศ. 1261 ถึง ค.ศ. 1453; ของจักรวรรดิละติน ระหว่างปี ค.ศ. 1204 ถึง ค.ศ. 1261) ; และของจักรวรรดิออตโตมัน ระหว่างปี ค.ศ. 1453 ถึง ค.ศ. 1922
คอนสแตนติโนเปิลตั้งอยู่ระหว่างโกลเดนฮอร์น (Golden Horn) และทะเลมาร์มารา (Sea of Marmara) ตรงจุดที่ทวีปยุโรปพบกับทวีปเอเชีย ตลอดสมัยกลางคอนสแตนติโนเปิลเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป[1] และร่ำรวยที่สุด
ชื่อของเมืองก็ขึ้นอยู่กับผู้ใดเป็นผู้ครองแต่ที่รู้จักกันก็ได้แก่ บิแซนเทียม (Byzantium) (กรีก: Βυζάντιον; Byzántion), โรมใหม่ (ละติน: Nova Roma), คอนสแตนติโนเปิล และ สตัมบูล (Stamboul) บางทีชาวสลาฟก็เรียกว่า ซาร์กราด (“เมืองแห่งจักรพรรดิ”) ขณะที่ไวกิงเรียกว่า มิคลากราด (Miklagård) หรือ “the Great City” ซึ่งคล้ายกับภาษากรีกที่เรียกเมืองใหญ่ ๆ ว่า “the City” (ἡ Πόλις (hē Pólis))
คอนสแตนติโนเปิลได้รับการขนานนามใหม่เป็นภาษาตุรกีสมัยใหม่ว่า “อิสตันบูล” ในปี ค.ศ. 1930[2][3] ตามนโยบายปฏิรูปตุรกีของมุสทาฟา เคมัล อาทาทืร์ค อดีตนายกรัฐมนตรีตุรกี[4][5] ซึ่งเป็นชื่อที่มาจากวลีกรีก “eis tēn polin” ที่แปลว่า “แก่เมืองคอนสแตนติโนเปิล”[ต้องการอ้างอิง]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Pounds, Norman John Greville. An Historical Geography of Europe, 1500-1840, p.124. CUP Archive, 1979. ISBN 0-521-22379-2
- ↑ BBC - Timeline: Turkey
- ↑ Room, Adrian, (1993), Place Name changes 1900-1991, Metuchen, N.J., & London:The Scarecrow Press, Inc., ISBN 0-8108-2600-3 p. 46, 86
- ↑ Britannica, Istanbul
- ↑ "Lexicorient, Istanbul". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-09-23. สืบค้นเมื่อ 2009-04-01.
ดูเพิ่ม
[แก้]แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้] วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ คอนสแตนติโนเปิล